นางคอลีเยาะ หะหลี ที่สูญเสียพ่อจากเหตุปะทะที่มัสยิดกรือเเซะ เมื่อปี 2547 น้ำตาคลอเมื่อพบปะนายทักษิณ ชินวัตร

นางคอลีเยาะ หะหลี ที่สูญเสียพ่อจากเหตุปะทะที่มัสยิดกรือเเซะ เมื่อปี 25 47 น้ำตาคลอเมื่อพบปะนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่เดินทางมายังอุทยานการเรียนรู้จังหวัดยะลา หลังนายทักษิณได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยได้กล่าว ขออภัยต่อครอบครัวจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม หน้าสภ.ตากใบ เเละ เหตุการณ์ที่มัสยิดกรือเซะ เมื่อปี พ.ศ. 2547

นางคอลีเยาะ หะหลี ที่สูญเสียพ่อจากเหตุปะทะที่มัสยิดกรือเเซะ เมื่อปี 2547 น้ำตาคลอเมื่อพบปะนายทักษิณ ชินวัตร

วันที่ 24 กพ. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอุสมาน เละนิ ซึ่งได้เดินทางมาพร้อมกับ นางคอลีเยาะ หะหลี ที่สูญเสียพ่อจากเหตุปะทะที่มัสยิดกรือเเซะ เมื่อปี 25 47 น้ำตาคลอเมื่อพบปะนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่เดินทางมายังอุทยานการเรียนรู้จังหวัดยะลา หลังนายทักษิณได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยได้กล่าว ขออภัยต่อครอบครัวจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม หน้าสภ.ตากใบ เเละ เหตุการณ์ที่มัสยิดกรือเซะ เมื่อปี พ.ศ. 2547 ที่เป็นบาดเเผลใหญ่ของรัฐบาลทักษิณในยุคนั้น ผ่านมากว่า20ปี ดิฉันไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าท่านจะมีโอกาสมาในพื้นที่ชายเเดนใต้อีกครั้ง เเต่การที่ท่านส่งลูกสาวท่าน คุณเเพทองธาร ชินวัตร ลงมาเยี่ยมเยียนพร้อมกับเอ่ยปากว่าจะช่วยเเละจะผลักดันงบให้กับคนในพื้นที่กว่า4พันล้านบาท ทำให้ดิฉันมีความหวังขึ้นมาทันที นอกจากตัวดิฉันเองยังมีอีกหลายครอบครัว ทั้งครอบครัวคนพุทธ ครอบครัวคนมุสลิม ครอบครัวพระ ครอบครัวอิหม่าม ฯลฯ ซึ่ง20ปีที่ผ่านมามันเกิดเหตึการณ์มากจนนับไม่ถ้วน มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนตลอดช่วงที่ผ่านมา

นางคอลีเยาะ หะหลี หนึ่งในเหยื่อผู้ได้รับผลกระทบจากรัฐบาลยุคทักษิณ ได้สูญเสียพ่อจากเหตุปะทะที่มัสยิดกรือเเซะ เมื่อปี 25 47 น้ำตาคลอเมื่อพบปะนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่เดินทางมายังอุทยานการเรียนรู้จังหวัดยะลา หลังนายทักษิณได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยได้กล่าว ขออภัยต่อครอบครัวจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม หน้าสภ.ตากใบ เเละ เหตุการณ์ที่มัสยิดกรือเซะ เมื่อปี พ.ศ. 2547

นางคอลีเยาะได้บอกว่า วันนี้ตั้งใจมาก เมื่อได้มาพบคุณทักษิณที่เดินทางลงพื้นที่ในรอบกว่า 20 ปี ดิฉันได้ฟังทุกคำพูด ซึ่งในวันนี้เองที่ได้ยินคำกล่าวขอโทษจากปากของท่านเองซึ่งท่านเองทราบดีว่าผู้ถูกกระทำนั้นรู้สึกอย่างไร เฉกเข่นเดียวกันกันดิฉัน มันอึดอัดในใจจนจุกเเละพูดไม่ออก ซึ่งเราก็พร้อมที่จะให้อภัยเสมอ เพราะคนมุสลิมตามหลักการศาสนาแล้วพร้อมยอมให้อภัย กับสิ่งที่ผู้อื่นกระทำผิด และได้ขอโทษ ยอมรับในความผิดที่ผ่านมา

 

ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน

Exit mobile version