Home ข่าว ศอ.บต. ส.ว. ชี้ คาร์บอมบ์ป่วนสนามบิน BRN เตือนให้ทักษิณถอยดับไฟใต้ มองเยือน 3 จุดสำคัญมีนัยยะทางการเมือง

ส.ว. ชี้ คาร์บอมบ์ป่วนสนามบิน BRN เตือนให้ทักษิณถอยดับไฟใต้ มองเยือน 3 จุดสำคัญมีนัยยะทางการเมือง

ส.ว. ชี้ คาร์บอมบ์ป่วนสนามบิน BRN เตือนให้ทักษิณถอยดับไฟใต้ มองเยือน 3 จุดสำคัญมีนัยยะทางการเมือง

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ จากกรณีที่มีระเบิดคาร์บอมบ์ในสนามบิน จ.นราธิวาส ก่อนที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ จนมีผู้บาดเจ็บหลายราย และมีเหตุการณ์รุนแรงใน จ.นราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.68 จนถึงปัจจุบันมีความถี่มาก สร้างความเสียหายจำนวนมากและแนวโน้มจะเกิดเหตุการณ์สร้างความหวั่นวิตกให้ประชาชน

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภากลุ่มสื่อมวลชน กล่าวว่า ระเบิดแสวงเครื่องที่เกิดขึ้นในสนามบิน จ.นราธิวาส ก่อนที่คณะทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางถึง 50 นาที มี 3 ประเด็น คือ ประเด็นแรก เป็นการแสดงออกจากขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น ที่แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจและไม่ต้อนรับการเดินทางลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีที่บีอาร์เอ็นกล่าวหาว่าเป็นผู้จุดชนวนของไฟใต้ในครั้งที่เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2547

นายไชยยงค์กล่าวว่า ผู้ที่เรียกขบวนการบีอาร์เอ็นว่าเป็นโจรกระจอก เป็นผู้ยุบ ศอ.บต.และ พตท.43 และก่อนหน้านี้ หลังจากที่นายทักษิณเดินทางไปพบกับ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซีย เพื่อขอร่วมมือในการปราบปรามขบวนการบีอาร์เอ็น ที่มีฐานที่มั่นในรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย จนโฆษกบีอาร์เอ็นข่มขู่ว่าหากมีการให้รัฐบาลมาเลเซียเข้ามากดดันบีอาร์เอ็น สถานการณ์ของจังหวัดชายแดนใต้อาจจะรุนแรงมากขึ้น

นายไชยยงค์กล่าวว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าการวางระเบิดคาร์บอมบ์ครั้งนี้ บีอาร์เอ็นต้องการเพียงการแสดงถึง ”สัญลักษณ์” ให้รู้ว่าไม่ต้องการให้ ”นายทักษิณ ชินวัตร มาเป็นผู้กำกับการดับไฟใต้” คาร์บอมบ์ลูกดังกล่าวจึงเป็นเพียงระเบิดขนาดเล็กที่ไม่มีสะเก็ดระเบิด ไม่ต้องการทำลายล้าง แต่ต้องการสื่อไปยังนายทักษิณ ชินวัตร และรัฐบาลเท่านั้น

นายไชยยงค์กล่าวว่า ประเด็นสุดท้าย ระเบิดแสวงเครื่องที่เป็น ”คาร์บอมบ์” สามารถหลุดรอดจากการตรวจของเจ้าหน้าที่ แสดงให้เห็นความหย่อนยาน ความบกพร่องของท่าอากาศยานและหน่วยความมั่นคงที่มีหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัย ที่ปล่อยให้รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยาน ซึ่งแนวร่วมของบีอาร์เอ็นได้นำระเบิดแสวงเครื่องไปติดตั้งไว้ในขณะที่รถยนต์คันนี้จอดอยู่นอกพื้นที่ของท่าอากาศยานระเบิดที่แนวร่วมนำมาติดตั้งในรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยาน จึงเป็นระเบิดขนาดเล็กที่ต้องการให้เกิดเสียงดัง แต่ไม่ต้องการสร้างความเสียหายให้เจ้าหน้าที่ จึงมีเพียงเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจากการหูอื้อ แน่นหน้าอกเพียง 4 ราย

“ถ้าแนวร่วมบีอาร์เอ็นติดตั้งระเบิดแสวงเครื่องที่มีน้ำหนัก 20 กก. และมีการใส่สะเก็ดระเบิดอานุภาพการทำลายล้าง ก็จะทำให้รถยนต์ที่เป็นคาร์บอมบ์แหลกเป็นจุล และต้องมีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ ล้มตายหลายคน ทั้งท่าอากาศยานและ กอ.รมน.ภาค 4 ต้องกลายเป็นเป้าหมายในความสูญเสียที่เกิดขึ้น การวางระเบิดเพื่อต้อนรับทักษิณ ชินวัตร และคณะ ในครั้งนี้ จึงเป็นการส่งเสียงเตือนให้อดีตนายกรัฐมนตรีถอยจากการเข้ามาวุ่นวายในจังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น

นายไชยยงค์กล่าวว่า ประเด็นที่ 3 การเดินทางลงพื้นที่ จ.นราธิวาส โดยมีหมุดหมายที่โรงเรียนสัมพันธ์วิทยา อ.เจาะไอร้อง เพราะในปี 2547 ที่นายทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี มีการจับกุม ”มะแซ อุเซ็ง” อดีตเลขาธิการบีอาร์เอ็น เจ้าของแผนบันได 7 ขั้น โดยยึดเอกสารได้ที่โรงเรียนแห่งนี้ พร้อมทั้งการออกหมายจับนายมะแซ อุเซ็ง ในข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจรและแบ่งแยกดินแดน ดังนั้นโรงเรียนแห่งนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ที่เคยเป็นศูนย์รวมการแบ่งแยกดินแดน การนัดหมายพบปะกับผู้นำศาสนา ณ โรงเรียนสัมพันธ์วิทยา ของนายทักษิณ ชินวัตร จึงมีนัยทางการเมืองของการดับไฟใต้ในครั้งนี้

นายไชยยงค์กล่าวว่า เช่นเดียวการเดินทางไปยังวัดประชุมชลธารา อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เนื่องจากวัดดังกล่าว เจ้าอาวาสซึ่งดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของเจ้าคณะภาค 18 เป็นที่เคารพของชาวไทยพุทธและมุสลิมในพื้นที่ เป็นศูนย์รวมของพี่น้องชาวไทยพุทธ การเดินทางมานมัสการเจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา พบประชาชนชาวไทยพุทธ จึงเป็นการได้คะแนนเสียงและได้รับการต้อนรับจากประชาชนในพื้นที่ค่อนข้างมาก

“ก่อนหน้าที่คณะของนายทักษิณ ชินวัตร จะเดินทางมายัง จ.นราธิวาส ได้มีการวางระเบิดแสวงเครื่องหน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในเขต อ.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา เป้าหมายคือเจ้าหน้าที่ทหารพราน ทำให้มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 7 นาย และมีชาวบ้านถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต 1 ราย ซึ่งเป็นการแสดงออกของขบวนการบีอาร์เอ็น ที่มีต่อการลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของอดีตนายกรัฐมนตรีและคณะ” นายไชยยงค์กล่าว

 

ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน

Exit mobile version