ยะลา.- ศอ.บต. เตรียมมอบปัจจัยละศีลอดให้แก่ผู้นำศาสนา 5 จชต. เพื่อส่งต่อกลุ่มเปราะบางชายแดนใต้ ในห้วงเดือนอันประเสริฐ

ยะลา.- ศอ.บต. เตรียมมอบปัจจัยละศีลอดให้แก่ผู้นำศาสนา 5 จชต. เพื่อส่งต่อกลุ่มเปราะบางชายแดนใต้ ในห้วงเดือนอันประเสริฐ

ปี 2568 ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มีการขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมการดำเนินชีวิต ตามหลักความเชื่อทางศาสนาของชาวไทยมุสลิมและศาสนิกอื่น ให้กับกลุ่มผู้นำศาสนาอิสลาม ผู้ต้องขังในเรือนจำ ผู้ที่มีฐานะยากจน และกลุ่มคนเปราะบางในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อสร้างความเข้าใจและกระตุ้นให้ประชาชนร่วมกันเผยแพร่ความสำคัญและคุณค่าของเดือนรอมฎอนสู่การสร้างความดี ตลอดจนส่งเสริมให้ชาวไทยมุสลิมได้ปฏิบัติศาสนกิจการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนอย่างครบถ้วนสมบูรณ์และสามารถใช้ชีวิตอย่างสันติสุขในสังคมพหุวัฒนธรรม

โดยจะมีการเริ่มต้นในวันที่ 4 – 6 มีนาคม 2568 ผู้บริหารศอ.บต. จะลงพื้นที่พบปะผู้นำศาสนา ณ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา สตูล) เพื่อร่วมแสดงความยินดีต่อพี่น้องชาวไทยมุสลิมที่จะได้ปฏิบัติศาสนกิจอันประเสริฐในห้วงเดือนนี้ อีกทั้งยังสนับสนุนอินทผาลัม คัมภีร์อัลกุรอาน รวมถึงตารางปฎิทินในห้วงเดือนรอมฏอน ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1446 ด้วย

สำหรับการกำหนดเดือนรอมฏอนนี้จุฬาราชมนตรีได้ขอให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศดูดวงจันทร์ในวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 เวลาหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ซึ่งหากในวันและเวลาดังกล่าวมีผู้เห็นดวงจันทร์ จะมีการแจ้งไปยังสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเพื่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดได้ตรวจสอบและรายงานผลการดูดวงจันทร์ดังกล่าวมายังจุฬาราชมนตรี และออกประกาศแจ้งให้พี่น้องมุสลิมได้ทราบโดยทั่วกัน

 

ทั้งนี้เดือนรอมฎอนเป็นเดือนที่ 9 ตามปฏิทินอิสลามและเป็นเดือนที่สำคัญที่สุดของศาสนาอิสลาม ถือเป็นช่วงเวลาที่ชาวมุสลิมทั่วโลกจะต้องปฏิบัติศาสนกิจด้วยความเคร่งครัดมากขึ้น โดยเฉพาะการถือศีลอด ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักปฏิบัติ 5 ประการของอิสลาม นอกจากจะเป็นการงดเว้นจากอาหารและน้ำแล้ว ยังรวมถึงการละเว้นพฤติกรรมที่ไม่ดี เช่น การพูดจาหยาบคายหรือการกระทำที่ผิดศีลธรรม ซึ่งถือว่าห้วงเดือนรอมฎอนพี่น้องชาวมุสลิมจะใช้ช่วงเวลานี้ เป็นการฝึกฝนตนเองทั้งร่างกายและจิตใจ รวมถึงสร้างโอกาสในการทำความดีและเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า (อัลเลาะห์) อีกทั้งยังเชื่อว่าเป็นเดือนที่คัมภีร์อัลกุรอานถูกประทานลงมาเพื่อเป็นแนวทางแห่งชีวิต จึงเป็นช่วงเวลาของการศึกษาและไตร่ตรองคำสอนทางศาสนาอย่างลึกซึ้งต่อไป

 

ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน
Exit mobile version