สระเเก้ว.-กสทช.ไซเบอร์(CIB) กำลังบูรพา เเละทหารพรานที่12 ระดมกำลังพลลงพื้นที่ชายเเดน ไทย-เขมร ตรวจพบหัวเสาส่งสัญญานเถื่อน4จุด ใกล้กับตลาดโรงเกลือ

สระเเก้ว.- กสทช.ร่วมตำรวจไซเบอร์(CIB) กองกำลังบูรพา เเละกรมทหารพรานที่12 ระดมกำลังพล ลงพื้นที่ชายเเดนไทย-เขมร พบหัวเสาส่งสัญญานเถื่อน4จุด ใกล้ตลาดโรงเกลือ ตัดเชื่อมสัญญาณทันที คาดใช้อินทราเน็ตเวิร์ค หลบหลีกกฏหมาย หากพบผู้กระทำผิด อาจมีโทษหนักถึงติดคุกตลอดชีวิต

วันที่ 27 พ.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองกำลังบูรพา ร่วมกับ กสทช. เข้าตรวจสอบเสาโทรศัพท์และชุมสายอินเทอร์เน็ตพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ป้องกันการลักลอบเชื่อมเครือข่ายและสัญญาณอินเตอร์เน็ตไปฝั่งกัมพูชา พันเอกกิตติ ประพิตรไพศาล รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา พร้อมกำลังพล กองกำลังบูรพา ประกอบไปด้วย ผู้บังคับชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 และกำลังพลปฏิบัติหน้าที่ประจำหน้าแนวชายแดนไทย – กัมพูชา จ.สระแก้ว ร่วมกับ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ กสทช. , เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบเสาสัญญาณโทรศัพท์และชุมสายนำสัญญาณอินเทอร์เน็ต ที่บริเวณพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จว.สระแก้ว จำนวน 4 จุด เพื่อตรวจสอบเสาสัญญาณและการเชื่อมอินเตอร์เน็ตลักลอบข้ามแดนไปยังกัมพูชา ด้วยเครื่องมือพิเศษของ กสทช. ซึ่งก่อนหน้านี้มีการหันเสาส่งสัญญาณไปยังประเทศกัมพูชา

เสาส่งสัญญาณ โทรศัพท์เคลื่อนที่ ส่งสัญญาณอินทราเน็ตลิ้งค์

โดยจุดแรกบริเวณตลาดผลไม้ ตลาดโรงเกลือ ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จุดที่ 2 ที่บริเวณตลาดเบญจวรรณ ใกล้กับตลาดโรงเกลือ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จว.สระแก้ว, จุดที่ 3 ที่บริเวณด่านพรมแดนไทย-กัมพูชา ด้านหลังสถานีรถไฟบ้านคลองลึก ด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก-ปอยเปต ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และจุดที่ 4 บริเวณ บ้านวังมน ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยทั้งหมดนั้นผู้ประกอบการได้ดำเนินการหันเสาส่งสัญญาณกลับมาทางฝั่งประเทศไทย เกือบทั้งหมดแล้ว ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งการตรวจสอบครั้งนี้ก็เพื่อป้องกันการลักลอบใช้สัญญาณเพื่อการดำเนินกิจการพนันออนไลน์ และแก้งคอลเซ็นเตอร์ ในฝั่งประเทศกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม ทาง กสทช.จะต้องดูว่า เสาสัญญาณการเชื่อมต่ออินเตอร์เนตนั้น คู่ค้าคือใคร และถ้าคู่ค้าจะขอต่ออินเทอร์เน็ตไปยังฝั่งกัมพูชา ต้องให้ขอต่อชุมสายอยู่ในบริเวณเดียวกันของทุกเครือข่าย เพื่อเจ้าหน้าที่ กสทช. จะสามารถตรวจสอบได้ง่ายขึ้น และจะต้องตรวจสอบทางฝั่งกัมพูชา ว่าเอาอินเทอร์เน็ตที่ต่อจาก กสทช.ในฝั่งไทย ไปใช้ประโยชน์อะไรบ้าง และถ้ามีการลักลอบต่อข้ามฝั่งไปยังประเทศกัมพูชา ก็จะรวบรวมข้อมูลและแจ้งความ เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสอบสวนขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมาย และหลังจากนี้ต่อไป ทางเจ้าหน้าที่ กสทช. จะมีการเข้มงวดในการใช้อินเทอร์เน็ตทั้งทางฝั่งไทยและฝั่งกัมพูชา ถ้ายังมีการลักลอบ ก็จะดำเนินการตัดสายและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน

Exit mobile version