Home สำนักนายกรัฐมนตรี “ข่าวประชาสัมพันธ์” ศอ.บต. สงขลา.- ประชุมนขต.เสร็จ เดินทางไปที่ อ.สะบ้าย้อยต่อทันที !! แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมพิธีรดน้ำศพ เเสดงอาลัยอย่างสุดซึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนที่เป็นนักบวชทางศาสนาที่เป็นเด็กหรือจะเรียกว่าพวกที่กระทำว่าพวกที่ไม่มีศาสนาการกระทำเหล่านี้จะส่งผลต่ออนาคตเขา ไปสู่สุขติภพ“สามเณรวงศกร ชูมาปาน”

สงขลา.- ประชุมนขต.เสร็จ เดินทางไปที่ อ.สะบ้าย้อยต่อทันที !! แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมพิธีรดน้ำศพ เเสดงอาลัยอย่างสุดซึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนที่เป็นนักบวชทางศาสนาที่เป็นเด็กหรือจะเรียกว่าพวกที่กระทำว่าพวกที่ไม่มีศาสนาการกระทำเหล่านี้จะส่งผลต่ออนาคตเขา ไปสู่สุขติภพ“สามเณรวงศกร ชูมาปาน”

สงขลา.- ประชุมนขต.เสร็จ เดินทางไปที่ อ.สะบ้าย้อยต่อทันที !! แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมพิธีรดน้ำศพ เเสดงอาลัยอย่างสุดซึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนที่เป็นนักบวชทางศาสนาที่เป็นเด็กหรือจะเรียกว่าพวกที่กระทำว่าพวกที่ไม่มีศาสนาการกระทำเหล่านี้จะส่งผลต่ออนาคตเขา ไปสู่สุขติภพ“สามเณรวงศกร ชูมาปาน”

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2568 เวลา 15.00 น. ณ วัดทำเนียบธรรมาราม ตำบลสะบ้าย้อย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ “สามเณรวงศกร ชูมาปาน” อายุเพียง 16 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ลอบยิงอย่างอุกอาจ ขณะเดินทางออกบิณฑบาตในพื้นที่อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ซึ่งสร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่งต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของสามเณร และขอประณามการกระทำอันป่าเถื่อนและไร้มนุษยธรรมครั้งนี้ว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักศาสนาและความเป็นมนุษย์อย่างสิ้นเชิง โดยมีหน่วยงานภาครัฐ หน่วยทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ตลอดจนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ร่วมพิธี

ในด้านมาตรการตอบโต้และรักษาความปลอดภัย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้เร่งประชุมเพื่อยกระดับมาตรการดูแลพื้นที่ โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น พระภิกษุ ครู ผู้นำศาสนา และประชาชนชาวไทยพุทธ

เตรียมจัดตั้ง “ศูนย์บังคับการทางยุทธวิธี” ในพื้นที่เสี่ยง เช่น รอยต่ออำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา กับอำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี รวมถึงพื้นที่อำเภอแว้งและอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมสถานการณ์

ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนโดยเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดี กับ กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่มุ่งทำลายความสงบสุขของพื้นที่ และปลูกฝังแนวคิดสุดโต่งอันเป็นอุปสรรคต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

ด้าน แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “อยากให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงหันกลับมาทบทวน ว่าท่านยังขาดอะไรในฐานะพลเมืองไทย และอย่าให้ความเจ็บปวดในอดีตมาทำลายอนาคตของพื้นที่นี้อีกต่อไป อยากให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาพูดคุยกัน เพื่อสร้างอนาคตที่ดีร่วมกัน” ยังคงยึดมั่น ยืนยันต่อประชาชนว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เพื่อดูแลความปลอดภัยและนำพาสันติสุขที่ยั่งยืนกลับคืนสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน
Exit mobile version