ซาอุดิอาราเบีย.- เลขาฯ ศอ.บต. เยือนซาอุฯ การเยือนครั้งนี้!! เน้นคุยเรื่องการสร้างเศรษฐกิจยั่งยืนของทัังสองประเทศ สานความสัมพันธ์ให้เเน่นเเฟ้นยิ่งขึ้น โดยมีจัดงาน ”Thai Festival in Riyadh 2025“

วันที่ 14 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะผู้แทนรัฐบาลไทยที่ไปเยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียจ นำทัพโดย พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นผู้นำคณะไปด้วยนั้น ได้สร้างคุณูปการอย่างมากมายระหว่างไทย-ซาอุฯ นักวิเคราะห์คาดว่า จะมีเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะ ซาอุฯเเละชาติอาหรับมีมุลค่าลงทุน ไม่ต่ำกว่า 7 ร้อยล้านถึง1พันล้านบาทภายใน 5 ปี การเจรจาไปอย่างราบรื่น ในอนาคตยังจะมีการผ่อนปรนด้านภาษี ส่ง-ออก 
ทั้งนี้มีการสนับสนุนการจัดงานแสดงสินค้า Thai Festival in Riyadh 2025 การพาคณะนักธุรกิจและผู้ประกอบการจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปพบปะกับผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ของซาอุฯ ได้เปิดวง matching ระหว่างผู้ประกอบการ และที่สำคัญไม่แพ้กัน คือไปเยี่ยมให้กำลังใจคณะผู้แสวงบุญ หรือ ฮุดยาด จากประเทศไทยที่ไปประกอบพิธีฮัจย์

สำหรับกิจกรรมทั้งหมดนี้เกิดขึ้นช่วงปลายเดือนเมษายน ต่อเนื่องถึงต้นเดือนพฤษภาคม ดร.ธิติวัฐ อดิศรพันธ์กุล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง หัวหน้าคณะจากประเทศไทย พร้อมด้วย พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอ.บต. นาวาเอกจักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน (กสพ.) นำทัพผู้ประกอบการจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย เดินทางไปกรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เพื่อข้าพบปะและเยี่ยมคารวะ นายดามพ์ บุญธรรม เอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในทุกมิติ โดยเฉพาะการส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ของไทยในสาขาต่างๆ

จากนั้น คณะจากประเทศไทยได้เดินทางเข้าพบ นาย Abdulaziz Alsakran, Deputy Governor of The General Authority of Foreign Trade (GAFT) รองผู้ว่าการ the General Authority of Foreign Trade (GAFT) (กระทรวงพาณิชย์) เพื่อแลกเปลี่ยนการค้า การลงทุน และสานสันพันธ์ทางการค้า พร้อมเชื่อมต่อนักลงทุนไทยจับคู่ธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ผลักดันให้เกิดการลงทุนร่วมกันอย่างยั่งยืน ทั้งสาขาอาหารและเครื่องดื่ม เครื่องแต่งกาย และ Health and wellness ณ สํานักงานรองผู้ว่าการฯ กรุงริยาด
ดร.ธิติวัฐ กล่าวในนามของรัฐบาลไทย เช่นเดียวกับ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ ว่า รู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาหารือร่วมกัน ประเทศไทยและราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า วัฒนธรรม และศาสนา ฝ่ายไทยมุ่งหวังที่จะยกระดับความร่วมมือให้เกิดความก้าวหน้ายิ่งขึ้นในอนาคต
สำหรับการหารือที่เกิดขึ้น ถือเป็นโอกาสความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทั้งในด้านการผลิตสินค้าการเกษตร อาหารฮาลาล การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการค้าระหว่างประเทศ ส่งเสริมผู้ประกอบการในพื้นที่ให้มีตลาดที่เติบโต

ทางด้าน นาย Abdulaziz Alsakran, Deputy Governor of The General Authority of Foreign Trade (GAFT) รองผู้ว่าการ the General Authority of Foreign Trade (GAFT) (กระทรวงพาณิชย์) ได้กล่าวต้อนรับและขอบคุณคณะจากประเทศไทยที่เข้าหารือแนวทางการส่งเสริมเศรษฐกิจของสองประเทศ และบอกว่าตนเคยเดินทางเยือนประเทศไทย รู้สึกประทับใจกับความมุ่งมั่นของรัฐบาล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีของไทยที่มีวิสัยทัศน์ในทุกๆ ด้าน
ทั้งนี้ การขยายการค้าและลงทุนระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบีย เป็นโอกาสให้ทั้งสองประเทศใช้จุดแข็งทางอุตสาหกรรมของตนเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาทางเศรษฐกิจของกันและกัน ความร่วมมือในการขับเคลื่อนการค้าและการลงทุนดังกล่าวจะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของตนได้อย่างรวดเร็วและมั่นคง และเป็นการปูทางเพื่อสร้างโอกาสและผลักดันให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนแก่ทั้งสองประเทศในอนาคต

ซาอุฯจ่อเยือนไทย เปิด สนง.ประสานการลงทุน

จากนั้นทางด้าน เลขาธิการ ศอ.บต. พร้อมคณะ ก็ได้เข้าพบกับผู้อำนวยการสำนักประสานงานนานาชาติหอการค้า กรุงริยาด เพื่อหารือแลกเปลี่ยนแนวทางการค้า การลงทุน และสานพันธมิตรด้านการค้าอีกด้วย
ในโอกาสนี้ ผู้อำนวยการสำนักประสานงานนานาชาติ หอการค้า กรุงริยาด ได้แจ้งกับคณะผู้แทนรัฐบาลไทยว่า เตรียมจัดงานส่งเสริมการค้าการลงทุนปีละ 2 ครั้ง โดยจะเชิญฝ่ายไทยเข้าร่วมด้วย และสัญญาว่าอีก 3 เดือน จะเดินทางมาประเทศไทย เพื่อเตรียมจัดตั้งสำนักงานประสานงานด้านการค้าและการลงทุนของซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย พร้อมจะลงไปดูโอกาสในการลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

>>> จัดงานได้ตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง !! สำหรับงานแสดงสินค้าไทย คนไทยได้โชว์ของกลางกรุงริยาดอย่างยิ่งใหญ่ ปลื้มใจเเทน

สำหรับงานเทศกาลไทย หรือ Thai Festival ที่ Cultural Palace, Diplomatic Quarter ในกรุงริยาด ได้เปิดจำหน่ายสินค้า และเปิดให้ชาวซาอุฯ ได้เข้าชมไปเรียบร้อยแล้ว ระหว่างวันที่ 1-3 พฤษภาคม
ภายในงานมีการแสดงสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าด้านสุขภาพ ความงาม สปาและการท่องเที่ยวจากประเทศไทย ซึ่งจัดอย่างยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะโปรแกรมทัวร์ทางด้านสุขภาพ ที่ชาวอาหรับท้องถิ่นให้การยอมรับ

Dealing  Business เเลกเปลี่ยนความคิด พร้อมกระชับสัมพันธ์ด้วยกับนักธุรกิจเเละผู้ประกอบการรายใหญ่ในกรุงเจดดาห์ ที่ ซาอุฯ

สำหรับกิจกรรมที่ซาอุดีอาระเบียยังไม่จบเพียงเท่านั้น ดร.ธิติวัฐ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่จาก ศอ.บต. และกลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับ ร้อยโท บรรพต อุชชิน กงสุลใหญ่ เมืองเจดดาห์ ณ บ้านพักกงสุลใหญ่ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในทุกมิติ เและพูดคุยแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับเรื่องการค้า การลงทุนและ การประกอบพิธีทางศาสนา (ฮัจย์) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้พบปะแลกเปลี่ยนประเด็นทางการค้า ร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการไทยจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ประกอบการไทยในซาอุดีอาระเบีย และกลุ่มผู้ประกอบการในประเทศซาอุดีอาระเบีย ทั้งสาขาอาหารและเครื่องดื่ม เครื่องแต่งกาย และ Health and wellness โดยสินค้าจากไทยได้รับความสนใจทำให้เกิดความร่วมมือทางการค้า ต่อยอดเศรษฐกิจพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีมูลค่ามหาศาล

>> ขณะเดียวกัน ยังพอมีเวลาอีกมากก่อนกลับไทย ทางด้าย เลขาฯ ศอ.บต. ก็ได้เดินทางไปให้กำลังใจ เยี่ยมเยียน บรรดากลุ่มที่ได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์ไฟใต้ที่ทาง ศอ.บต. คัดเลือกผู้คนที่มีความพร้อม เพื่อให้ได้ไปประกอบพิธีฮัจย์อย่างสมบูรณ์ ขณะเดียวกัน ผู้เเสวงบุญก็ถือโอกาสกล่าวขอบคุณทาง รัฐบาลที่ยังนึกถึง เเละคนสำคัญที่สุกคือ เลขาฯ ศอ.บต. ผลักดันจนสำเร็จ ทั้งนี้มีการกล่าวทั้งน้ำตา !!

ในโอกาสนี้ ดร.ธิติวัฐ และ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ รวมถึง นาวาเอกจักรพงษ์ เดินทางไปยังสวนอินทผาลัม เมืองมาดีนะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อพบปะให้กำลังใจคณะผู้แสวงบุญฯ และฮุดยาดจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามโครงการส่งเสริมคนดีมีคุณธรรม
สำหรับในปีนี้ได้เดินทางมาระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 13 มิถุนายน โดยมีจำนวนผู้ร่วมโครงการฯ จำนวน 100 ราย ประกอบด้วยผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ 49 ราย ประชาชนที่มีฐานะยากจน 13 ราย ผู้แทนผู้นำศาสนา 5 ราย เจ้าหน้าที่ดูแลและอำนวยความสะดวก 5 ราย และผู้ทำคุณประโยชน์แก่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 28 ราย
ดร.ธิติวัฐ และ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวแสดงความยินดีกับผู้แสวงบุญทุกคน และว่ารู้สึกยินดีที่ทาง ศอ.บต.โดยรัฐบาล สามารถให้ทุกคนได้มาประกอบศาสนกิจที่สำคัญยิ่งในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมุ่งเน้นเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ให้ได้มีโอกาสเดินทางมาประกอบพิธีฮัจย์ ซึ่งถือเป็นหลักปฏิบัติสำคัญของผู้นับถือศาสนาอิสลาม

น.ส.นูรูลฮูดา หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทย และ ศอ.บต.ทั้งน้ำตา โดยบอกว่า ไม่คิดว่าจะได้รับโอกาสที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต วันนี้ได้ทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะภาครัฐให้โอกาสสำคัญ
สำหรับการปฏิบัติศาสนกิจ ของผู้แสวงบุญชาวไทย จะมีขึ้นในมัสยิดอัลนาบาวีย์ ที่นครมาดีนะห์  ซึ่งเป็นมัสยิดเเห่งเเรกที่ท่านนบีมูฮำหมัด(ซ.ล) พร้อมซอฮาบะห์ สร้างขึ้น โดยถือว่าเป็นการนับปีฮิจเราะห์ศักราขที่ 1 จากที่นี่ ซึ่งที่มีความสำคัญเป็นลำดับสองรองลงมาจาก มัสยิดอัล-ฮารอม ที่ มหานครมักกะห์ สำหรับศาสนาอิสลามเมืองมาดีนะห์ถือเป็นศูนย์กลางที่ศาสดามูฮัมหมัดใช้ในการเผยแผ่ศาสนาอิสลาม และได้เดินทางไปนครมักกะห์เพื่อเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์เเละเริ่มนับฮิจเราะห์ศักราชเป็นครั้งเเรก
ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน
Exit mobile version