Home สำนักนายกรัฐมนตรี “ข่าวประชาสัมพันธ์” ศอ.บต. ทางรอดจาก.. บุหรี่ไฟฟ้าของวัยรุ่นมุสลิม

ทางรอดจาก.. บุหรี่ไฟฟ้าของวัยรุ่นมุสลิม

…ทางรอดจากบุหรี่ไฟฟ้าของมุสลิม…

ท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีและค่านิยมใหม่ ๆ ที่หลั่งไหลเข้ามาในสังคมไทย บุหรี่ไฟฟ้ากลายเป็นภัยเงียบที่กำลังลุกลามในกลุ่มเยาวชนมุสลิม โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ การรณรงค์เพื่อหยุดยั้งปัญหานี้ นอกจากมาตรการทางกฎหมายหรือการลงโทษ ยังต้องอาศัยพลังจากสองเสาหลักของสังคม คือ “ศาสนาอิสลาม” และ “องค์ความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่”

อ.รอมลี ยูโซ๊ะ วิทยากรบรรยาย “หลักศาสนาและหลักทางการแพทย์ : ทางรอดจากพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนมุสลิม” ณ โรงเรียนธรรมพิทยาคาร ภายใต้โครงการเครือข่ายเลิกบุหรี่เริ่มที่บ้าน มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย(สสม.) สนับสนุนงบประมาณโดย สสส. กล่าวว่า

“ศาสนาอิสลามสอนให้มุสลิมทุกคนรักษาร่างกายของตนเองให้บริสุทธิ์และปลอดภัย เพราะร่างกายคืออามานะฮ์ (สิ่งที่อัลลอฮ์ทรงมอบหมายให้ดูแล) พระองค์ทรงตรัสว่า “และจงอย่าฆ่าตัวของพวกเจ้าเอง แท้จริงอัลลอฮ์ทรงเมตตาต่อพวกเจ้า” (อันนิซาอ์ 4:29) ข้อความนี้ไม่ใช่แค่การห้ามฆ่าตัวตาย แต่รวมถึงการไม่กระทำสิ่งใดที่ทำลายสุขภาพ เช่น การเสพสารพิษที่มีในบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า”

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจยืนยันตรงกันว่า บุหรี่ไฟฟ้ามีสารเคมีอันตรายกว่า 200 ชนิด ซึ่งหลายตัวเป็นสารก่อมะเร็ง และบางชนิดทำลายสมองส่วนการตัดสินใจในวัยรุ่นอย่างรุนแรง การเสพติดนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้าอาจทำให้เยาวชนเข้าสู่วงจรของการเสพสารเสพติดชนิดอื่นในอนาคต

เมื่อนำหลักศาสนาและข้อมูลทางการแพทย์มายืนยันถึงโทษและความอันตรายของการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า มาผนวกรวมในการรณรงค์จึงเป็นทางออกที่มีพลัง เช่น การบรรยายที่เชิญผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์มาร่วมอธิบายผลกระทบต่อสุขภาพควบคู่กับการตักเตือนตามแนวทางของอิสลาม หรือการจัดอบรมในโรงเรียนศาสนาให้เยาวชนได้เรียนรู้ทั้งหลักฐานจากอัลกุรอานและข้อมูลทางการแพทย์ไปพร้อมกัน

บทบาทของครอบครัวและผู้นำศาสนาสำคัญยิ่ง เยาวชนจะมีพลังในการต่อต้านกระแสเสพติดได้เมื่อพวกเขามีที่ยึดเหนี่ยวทางใจ และมีความเข้าใจว่า “การดูแลสุขภาพคือส่วนหนึ่งของอีหม่าน”

“การรณรงค์เรื่องบุหรี่ไฟฟ้าไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องสุขภาพเพียงอย่างเดียว และไม่ใช่เรื่องศาสนาอย่างเดียวเช่นกัน หากคือ “บททดสอบร่วมของสังคมมุสลิม” ว่าจะสามารถรวมพลังของศรัทธาและความรู้ทางการแพทย์ มาช่วยเหลือเยาวชนของเราได้และหากเราทำได้ เมื่อนั้นจะกลายเป็นเกราะป้องกันที่มั่นคงที่สุดสำหรับพวกเขา”

“การสูบบุหรี่ไฟฟ้า” กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เป็นนิโคตินในรูปแบบน้ำยา มีสารแคนนาบินอยด์สังเคราะห์ (ผลิตภัณฑ์สังเคราะห์ที่เลียนแบบสารออกฤทธิ์ทางจิตประสาทในกัญชา) ในรูปแบบน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า แล้วสูดดมไอผ่านอุปกรณ์นี้ คล้ายกับกัญชาเทียม แต่กลับถูกออกแบบให้ “ปลอดภัยและสะอาด”

นักวิชาการและสภาฟิกฮ์ส่วนใหญ่เห็นว่าการสูบบุหรี่ การผลิต และการจัดหาบุหรี่เป็นสิ่งที่ไม่อาจอนุญาตได้ หลักการฮะรอมนี้ควรเป็นคำตัดสินที่เปิดเผยต่อสาธารณะของมุสลิม เพื่อผลักดันให้ผู้คนเลิกสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย น่ารังเกียจทั้งต่อรูปลักษณ์และกลิ่น และเป็นสิ่งที่ไม่พึงพอพระทัยต่ออัลลอฮ์

ในขณะที่บุหรี่ไฟฟ้าถูกมองว่าเป็นอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ทั่วไป เนื่องจากไม่มียาสูบและสารก่อมะเร็งลดลง ในความเป็นจริง นิโคตินที่สูดดมจากบุหรี่ไฟฟ้ายังคงเป็นนิโคตินดั้งเดิมที่พบในบุหรี่ เป็นยาเสพติดที่เสพติด เป็นพิษเมื่อได้รับในปริมาณมาก ทำลายเซลล์ในปริมาณเล็กน้อย บางคนเชื่อว่าก่อให้เกิดมะเร็งและความเสียหายต่อร่างกายอย่างแท้จริง

นี่คือ…อันตรายที่ทำให้การบริโภคนิโคตินเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ไม่ว่าการบริโภคนั้นจะเป็นผ่านทางบุหรี่ ซิการ์ ไปป์ชิชา การสูบบุหรี่ไฟฟ้า หรือวิธีอื่นใด ดังที่ท่านศาสดาได้กล่าวไว้ว่า “อย่าให้มีอันตรายหรือการตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น”

ส่วนประกอบอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดมะเร็งในไอของบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อเซลล์และดีเอ็นเอ หลายประเทศยังคงห้ามบุหรี่ไฟฟ้าเนื่องจากหน่วยงานที่ออกหลักฐานต่อต้านบุหรี่ไฟฟ้าได้แสดงให้เห็นถึงอันตรายที่แท้จริง

มีสถิติแสดงให้เห็นว่านักเรียนในระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายหันมาใช้บุหรี่ไฟฟ้ากันเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขอย่างแท้จริง

วารสาร JAMA Pediatrics ได้ตีพิมพ์ผลการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า หลังจากใช้บุหรี่ไฟฟ้าแล้ว มีโอกาสเริ่มสูบบุหรี่ธรรมดามากกว่าการไม่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าถึง 4 เท่า และแม้ว่าจะไม่เลิกสูบบุหรี่ แต่นิโคติน “บริสุทธิ์” ทุกครั้งที่สูดดมผ่านอุปกรณ์เหล่านี้ก่อให้เกิดอันตรายอย่างมหาศาล นิโคตินเป็นอันตรายต่อสมองของวัยรุ่นที่กำลังพัฒนา และไม่มีวัยรุ่นหรือคนหนุ่มสาวคนใดควรใช้ยาสูบหรือผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่มีส่วนผสมของนิโคติน

ควรสังเกตว่าอุปกรณ์เครื่องพ่นไอระเหยยังใช้น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่มีนิโคติน ซึ่งมีรสชาติและกลิ่นที่แตกต่างกัน ซึ่งสามารถ “สูบ” ได้ สารก่อมะเร็งในไอระเหยที่สูดดมเข้าไป ไม่ว่าจะมีนิโคตินหรือไม่ก็ตาม ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นอันตรายต่อการพัฒนาของเซลล์ ไม่สามารถพึ่งพาความปลอดภัยของน้ำยาต่างๆ ในท้องตลาดได้ ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เพื่อปกป้องศาสนาของตนจากข้อกฎหมายที่น่าสงสัย จากภัยคุกคามที่ชัดเจนของสารก่อมะเร็ง

ลากันเถอะกับ…บุหรี่ไฟฟ้า

ติดตามบทความสาระดีๆอ่านให้ลูกหลานฟัง ได้ที่นี่ ฝากกดไลค์ กดแชร์ เว็บไซต์ของเราเพื่อขับเคลื่อน หมู่บ้าน ชุมชน และะคนใกล้ตัวเรา คนที่เรารัก ให้ปลอดภัยและะรู้เท่าทันโลกปัจจุบัน

เลขา เกลี้ยงเกลา เขียนบทความ

ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน

Exit mobile version