Home สำนักนายกรัฐมนตรี “ข่าวประชาสัมพันธ์” ศอ.บต. ปัตตานี.- บิ๊กยูร‘ เเม่ทัพภาคที่4 รับร่างทหารกล้ามุสลิม นี่คือด้านผู้รู้(อูลามา) ร่วมใจสดุดี (ญิฮาด) เพื่อประเทศชาติ

ปัตตานี.- บิ๊กยูร‘ เเม่ทัพภาคที่4 รับร่างทหารกล้ามุสลิม นี่คือด้านผู้รู้(อูลามา) ร่วมใจสดุดี (ญิฮาด) เพื่อประเทศชาติ

“รับวีรชน” แม่ทัพภาคที่ 4 รับร่างทหารศพกล้าเสียชีวิตจากเหตุปะทะพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชากลับสู่บ้านเกิด ที่นราธิวาส ด้าน ผู้นำศาสนา กล่าวว่า นี่คือ “การญิฮาดที่แท้จริง”

“แม่ทัพภาคที่ 4” สดุดี “พลฯมุสตากีม มาเจ๊ะมะ” วีรบุรุษนักรบจากแดนใต้ อาสาเดินทางไกลไปป้องชายแดนไทย ลุยสมรภูมิภูมะเขือ ก่อนพลีชีพบนเนิน 677 ช่องอานม้า – ตอริก สหสันติวรกุล ผู้สื่อข่าว TOPNEWS จังหวัดปัตตานี รายงาน 

คลิปข่าวที่สถานีโทรทัศน์ ททบ.5 ออกอากาศ เนื่องในวัน สถาปนากองบัญชาการสงครามรบพิเศษ

ผู้สื่อข่าวปัตตานีได้รายงานจาก สนามบินจังหวัดปัตตานี สืบเนื่องเนื่องจากเหตุการณ์การปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาด้านจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 10.00 น. ขณะกำลังพลกองทัพบกปฏิบัติภารกิจผลักดันอริราชศัตรูในพื้นที่ยุทธภูมิ ช่องอานม้า เขตตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ได้เกิดเหตุข้าศึกใช้อาวุธหนักและอาวุธวิถีโค้ง ยิงเข้ามายังจุดวางกำลังฝ่ายเรา ส่งผลให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 3 นาย และเสียชีวิตทันที 4 นาย
ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ เป็นพลอาสาสมัครชายมุสลิมชื่อว่า พลอาสาสมัคร มุสตากีม มาเจ๊ะมะ สังกัด กองพันจู่โจม หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (สามารถรับชมด้านล่างลิ้งค์)

คลิปข่าวที่สถานีโทรทัศน์ออกอากาศ ตามลิ้งค์ข้างล่างนี้ !!


https://youtu.be/9JYShHYClFw?si=ygZBCp8mbO5ni6SZ

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลา 13.45 น. ณ ท่าอากาศยานนราธิวาส ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 , ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา เป็นประธานในพิธีสดุดีและรับศพ พลอาสาสมัคร มุสตากีม มาเจ๊ะมะ เพื่อส่งร่างทหารกล้ากลับสู่ภูมิลำเนา ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความโศกเศร้าอาลัย โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานในพื้นที่ ผู้นำท้องถิ่น และมวลชนจังหวัดนราธิวาส เข้าร่วมพิธีอย่างสมเกียรติ

ข่าวที่น่าสนใจ

พลอาสาสมัคร มุสตากีม มาเจ๊ะมะ อายุ 21 ปี สังกัดกองพันจู่โจม กรมรบพิเศษที่ 3 เกิดเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2547 บรรจุเข้ารับราชการทหารเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 9/1 หมู่ 3 ตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ได้เสียสละชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติ บริเวณเนิน 677 ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ทหารกล้าผู้นี้เดินทางไกลกว่าพันกิโลเมตรจากบ้านเกิดในจังหวัดนราธิวาส เพื่อร่วมปฏิบัติภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการปกป้องผืนแผ่นดินไทย ถือได้ว่าทหารกล้าผู้นี้ได้ต่อสู้อย่างเข้มแข็ง กล้าหาญ และเสียสละเลือดเนื้อชีวิต เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติไทยอย่างแท้จริง สมควรที่ได้กล่าวอย่างภาคภูมิใจ สมศักดิ์ศรี ว่า เป็น “วีรบุรุษจากชายแดนใต้ สู่แนวหน้าชายแดนไทย–กัมพูชา” ทั้งนี้ พลอาสาสมัคร มุสตากีมฯ ถือเป็นสายเลือดทหารโดยแท้ เนื่องจากมารดาเป็นทหารหญิง ปัจจุบันรับราชการอยู่ที่จังหวัดสระบุรี โดยเจ้าตัวสมัครเข้ารับราชการทหารด้วยความตั้งใจแน่วแน่ เพื่อแบ่งเบาภาระของมารดา และตอบแทนคุณแผ่นดิน
ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุ พลอาสาสมัคร มุสตากีม มาเจ๊ะมะ เคยปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สมรภูมิ ภูมะเขือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 20–28 กรกฎาคม 2568 แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ อดทน และเสียสละตลอดแนวการปฏิบัติภารกิจ สำหรับกำหนดการพิธีศพ ครอบครัวกำหนดจัดพิธีทางศาสนาอิสลาม ณ กุโบสะบือรัง (บ้านสุแฆ) หมู่ 3 ตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส

ในโอกาสนี้ ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอร่วมสดุดีและไว้อาลัยแด่วีรกรรมอันกล้าหาญของทหารกล้าผู้ได้ตอบแทนบุญคุณแผ่นดินด้วยชีวิต การเสียสละของ พลอาสาสมัคร มุสตากีม มาเจ๊ะมะ นับเป็นแบบอย่างอันทรงคุณค่า แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ ความเสียสละ และความจงรักภักดีต่อประเทศชาติ ศาสนา และประชาชน วีรกรรมของท่านจะถูกจารึกไว้ในความทรงจำของกองทัพและคนไทยทั้งชาติ ในฐานะวีรบุรุษนักรบผู้ยืนหยัดปกป้องอธิปไตยของแผ่นดินจนวาระสุดท้าย สมศักดิ์ศรีทหารผู้กล้าของไทย และจะเป็นแรงบันดาลใจให้อนุชนรุ่นหลังยึดถือเป็นแบบอย่างแห่งการรับใช้ชาติด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์สืบไป

Exit mobile version