สกู๊ปพิเศษ : ประวัติศาสตร์บนธนบัตรไทยของชายสูงวัยชาวนราธิวาส และ ในหลวงรัชกาลที่ 9 บริเวณริมฝั่งเเม่น้ำ สุไหงโก-ลก

สกู๊ปพิเศษ : ประวัติศาสตร์บนธนบัตรไทยของชายสูงวัยชาวนราธิวาส และ ในหลวงรัชกาลที่ 9 บริเวณริมฝั่งเเม่น้ำ สุไหงโก-ลก

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หรือ รัชกาลที่ 9 (ประสูติเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470) ทรงเป็นกษัตริย์ไทยที่มีครองราชย์ยาวนานที่สุดในราชวงศ์จักรี และทรงมีพระนามว่า “ภูมิพลมหาราช”
เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ขณะที่สิริพระชนมพรรษา 19 ปี และเสด็จสวรรคตในวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559
‘ภูมิพลมหาราช’ พระราชาอันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย ทรงเน้นย้ำถึงการทำงานอย่างซื่อสัตย์ สุจริต
และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ดังความตอนหนึ่งในพระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๒
“…คนที่ไม่มีความสุจริต คนที่ไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่ายไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณเป็นประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ…”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเชื่อว่าประเทศไทยจะก้าวหน้าได้หากทุกคนร่วมมือกันพัฒนาประเทศด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และจริงใจ
“…ผู้ที่ประพฤติตนด้วยความไม่สุจริต ย่อมไม่มีความมั่นคง ความประมาทย่อมไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน ผู้ที่ซื่อสัตย์และตั้งใจจริงเท่านั้นที่จะประสบความสำเร็จในการงานที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง…”
ความสุขเกิดจากการกระทำความดี และความสุขที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้เมื่อเราทำความดีเพื่อผู้อื่น เราไม่ควร
นึกถึงประโยชน์ส่วนตนเพียงเท่านั้น แต่เราควรสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่นด้วย ถ้าผู้อื่นมีความสุขเราก็มีความสุขไปด้วย เราต้องนึกถึงประโยชน์ส่วนรวมก่อนประโยชน์ส่วนตน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชตรัสไว้ครั้งหนึ่งว่า “…ขอบคุณที่ช่วยฉันทำงาน ขอบคุณที่ร่วมงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้นอกจากแบ่งปันความสุขในการทำความดีให้แก่ผู้อื่น…”

ความอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นคุณลักษณะที่ทุกคนควรถือปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เพราะจะนำมาซึ่งความสงบสุขในสังคม ในทำนองเดียวกันพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นตัวอย่างที่ดีของความอ่อนน้อมถ่อมตน ดั่งที่เห็นได้จากที่ทรงคุกเข่า เพื่อรับฟังความทุกข์ยากของประชาชนเป็นเวลาหลายชั่วโมง
ในขณะที่เสด็จพระราชดำเนินเยือนในถิ่นทุรกันดาร หากประชาชนนั่งลงบนพื้น พระองค์ก็จะนั่งลงเช่นเดียวกัน ประชาชนชาวไทยรวมไปถึงชาวไทยเชื้อสายมลายูซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในภาคใต้ของประเทศไทยล้วนเคารพนับถือพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเนื่องจากพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่ทรงห่วงใยประชาชนอย่างแท้จริง นอกเหนือจากที่พระองค์จะมีความปรีชาสามารถในการปกครองและพัฒนาประเทศแล้ว ประชาชนชาวไทยที่อาศัยอยู่ในบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตพื้นที่จังหวัดนราธิวาส หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่ทราบถึงประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จเยือนหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอสุไหงโก-ลก

“เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ชาวบ้านเจาะบากง ต.ปูโย๊ะ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ชาวบ้านตระหนกตกใจเพราะเสียงไซเรนรถเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาในหมู่บ้าน ตอนนั้นลุงมีบ้านอยู่ริมถนนติดแม่น้ำบ้านเจาะบากง จู่ๆ ก็มีรถคันหนึ่งมาจอดข้างหน้าลุง มีชายคนหนึ่งยื่นศีรษะออกนอกหน้าต่างรถแล้วทักทายลุง
ลุงเห็นเป็นในหลวงภูมิพล ลุงจึงนั่งคุกเข่า พระองค์ทรงถามชื่อหมู่บ้าน ตอนนั้นลุงมีอายุ 20 ปี และตอนนี้ลุงอายุ 65 ปีแล้ว” นายดึก จันทร์แทั บอกเล่าแก่ผู้สื่อข่าวของเรา 

“ในหลวง ร.9 ทรงดูแผนที่ แต่ไม่มีชื่อหมู่บ้านเจาะบากงในแผนที่ของพระองค์ เมื่อลงจากรถพระองค์ทรงนั่งคุกเข่าสนทนากับลุงของข้าพเจ้า เพื่อสอบถามปัญหาต่าง ๆ ในหมู่บ้าน และทรงนั่งพิงรถและจดบันทึกปัญหาของประชาชน สิ่งที่น่าสนใจและกำลังกลายเป็นประวัติศาสตร์ของหมู่บ้านเจาะบากงคือพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง ร.9 ทรงคุกเข่าสนทนากับลุงของข้าพเจ้าจนเป็นภาพที่พิมพ์ลงธนบัตร 100 บาทพิเศษ ที่จำหน่ายทั่วประเทศไทย”  นายดึก ฯ กล่าวกับ Apa Khabar TV พร้อมยอมรับว่าไม่มีธนบัตรเก็บอีกแล้ว เพราะเวลาเพื่อนๆเห็น มักจะขอเพื่อเก็บไวเป็นที่ระลึก
นายซัยมี มะ วัย 51 ปี ผู้ใหญ่บ้านโตะเวาะ หมู่บ้านถัดจากบ้านเจาะบากง ยอมรับว่า การเสด็จเยือนอย่างน่าอัศจรรย์ใจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของหมู่บ้าน
“ประชาชนชาวไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคใต้จำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาสเอง ก็ไม่ทราบว่าภาพที่พระองค์ท่านประทับนั่งและสนทนากับชาวบ้านที่ปรากฏบนธนบัตรนั้นถูกถ่าย ในหมู่บ้านแห่งนั้น”    
“ธนบัตรใบนั้นผมยังเก็บอยู่…เพื่อน ๆหลายคนก็ถามหาและต้องการซื้อ…แต่ผมก็ไม่ได้ให้ไป”“นี่คือประวัติศาสตร์ของหมู่บ้านแห่งนี้…เมื่อครั้งที่ในหลวง ร.9 เสด็จเยือน ในเวลาช่วงนั้นผมมีอายุได้ประมาณ 6 ขวบ” เขากล่าว
นายซัยมี มะ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านมาแล้ว 11 ปี บอกเล่าเรื่องการเสด็จเยือนของพระบาทสมเด็จ
พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ บ้านเจาะบากง ต.ปูโยะ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส
นายดึก ฯ เล่าต่อว่า: “ชาวบ้านเริ่มรวมตัวกันเข้าเฝ้าในหลวง ร.9 และพระองค์ท่านยังคงสนทนากับลุงของผมต่อไป ทรงสอบถามถึงปัญหาต่างๆ ของชาวบ้าน โดยเฉพาะปัญหาของชาวนา เพราะนาข้าวกำลังประสบปัญหาหลังจากถูกน้ำท่วมโดยป่าพรุใกล้เคียง ในหลวง ร.9 ทรงรับทราบปัญหาและให้คำมั่นสัญญาว่าจะพยายามแก้ไข”
“ภายหลังจากการเสด็จพระราชดำเนินเยือนเป็นระยะเวลา 1 ปี รัฐบาลได้ดำเนินโครงการชลประทานหลายโครงการเพื่อให้นาข้าวมีผลผลิตดีขึ้น…ทำให้ชาวบ้านมีอาชีพที่มั่นคงขึ้น… นี่คือวิธีที่ในหลวง ร.9 ทรงเอาใส่ใจในการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริงและสม่ำเสมอ” เขากล่าว
ทั้งนี้ ธนบัตร 100 บาท เป็นธนบัตรที่ระลึกเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และออกใช้เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2560 หลังจากเสด็จสวรรคตหนึ่งปี ธนบัตรมีขนาดกว้าง 72 มม. และความยาว 150 มม.
ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ในขณะนั้น ระบุว่า ธนบัตรดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมทั้งเพื่อเป็นที่ระลึกในพระมหากรุณาธิคุณวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม และได้ประกาศให้เป็นวันหยุดราชการทั่วประเทศไทย
นอกจากนี้ ในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ร.9) นั้น พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.10) ได้ทรงพระกรุณา ทรงพระราชทานอภัยโทษแก่นักโทษหลายร้อยคนทั่วประเทศไทย

ขอขอบคุณที่มาเเหล่งข่าว                           https://apakhabartv.com/2024/12/05/bahasa-melayu-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-sejarah-wang-kertas-100-baht-dan-raja-bhumibol-adulyadej-di-sungai-golok/

เเปล เเละ เรียบเรียงเนื้อหา 

ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน

Exit mobile version