กทม.- นายกรัฐมนตรีกำชับทุกส่วนราชการเร่งรัดเบิกจ่ายงบลงทุน หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมสั่งการเตรียมแผนระยะสั้น กลาง ยาว รับมือภัยพิบัติและบริหารจัดการน้ำ

กทม.- นายกรัฐมนตรีกำชับทุกส่วนราชการเร่งรัดเบิกจ่ายงบลงทุน หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมสั่งการเตรียมแผนระยะสั้น กลาง ยาว รับมือภัยพิบัติและบริหารจัดการน้ำ

วันนี้ (10 มีนาคม 2568) เวลา 11.30 น. ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถนนพระรามที่ 6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 2/2568 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง ในการนี้ พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่าว่า ปัจจุบันมีงบลงทุนประจำปีงบประมาณ 2568 จำนวน 1.46 ล้านล้านบาท ซึ่งสามารถผลักดัน GDP เติบโตขึ้น 3% ซึ่งประกอบด้วย งบค้างท่อ คงค้างมาจากปี 2567 จำนวน 275,009 ล้านบาท งบลงทุนในงบประมาณ 2568 จำนวน 932,402 ล้านบาท และงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ 2568 จำนวน 253,545 ล้านบาท แต่ภาพรวมการเบิกจ่ายงบลงทุนอยู่ที่ 28.12% ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายครึ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกคน ที่ต้องช่วยกันกำกับดูแลและเร่งการเบิกจ่ายงบลงทุน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้น GDP ของประเทศ โดยกระทรวงที่ได้รับการจัดสรรงบลงทุนมากที่สุด ได้แก่ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงรัฐวิสาหกิจ ขอให้หัวหน้าส่วนราชการใช้ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนเป็น KPI ในการประเมินผลการทำงานของอธิบดีกรมและหัวหน้าหน่วยงานที่กำกับต่อไป

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึง มาตรการเชิงรุกในการรับมือภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ทั้งปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ฝุ่นควัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ขอให้ทุกหน่วยงานเตรียมแผนบริหารจัดการทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อลดความเสียหายต่อประชาชน

“ไม่ต้องการให้เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น เพราะสุดท้ายต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการซ่อมแซมและเยียวยา หากสามารถป้องกันปัญหาล่วงหน้าได้ ย่อมคุ้มค่ากว่าการแก้ไขภายหลัง ทั้งนี้ งบประมาณสำหรับการเยียวยาและซ่อมแซมไม่ใช่ปัญหา แต่ความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องเผชิญกับภัยพิบัติ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ หากสามารถลดผลกระทบเหล่านี้ลงโดยไม่ต้องเสียงบประมาณจำนวนมากในอนาคต ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด” นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำ

นายกรัฐมนตรียังได้ให้ความสำคัญถึงการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ทั้งน้ำประปา น้ำบาดาล น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค และน้ำสำหรับภาคอุตสาหกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเหล่านี้มากที่สุด โดยขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างเต็มที่ หากมีปัญหาหรืออุปสรรคในการดำเนินงาน ขอให้แจ้งโดยตรงหรือนัดหารือเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด

ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน