“เหมือนได้ชีวิตใหม่” น้ำตาแห่งความสุขของ คุณอำนาจ เพิ่มพูล พี่ชายคนโตของครอบครัว 4 พี่น้อง ที่ไม่มีบัตรประชาชนตั้งแต่เกิด หลังได้รับบัตรประชาชนเป็นครั้งแรกจากความช่วยเหลือของหน่วยงานรัฐ หลังผลตรวจ DNA ยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับลุงที่อุบลราชธานี ยุติปัญหาการใช้ชีวิตแบบ “คนไร้ตัวตน” นานเกือบ 4 ทศวรรษ

ชีวิตที่ขาดโอกาส: ไร้การศึกษา-สวัสดิการ คุณอำนาจ เล่าด้วยน้ำเสียงตื้นตันว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ทั้ง 4 พี่น้องต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ต้องหลบซ่อน ไม่มีโอกาสเรียนหนังสือหรือรับบริการจากรัฐ “ผมเรียนแค่ ป.6 ส่วนน้องๆ ไม่ได้เรียนเลย เวลาป่วยก็ซื้อยากินเอง หรือไม่ก็ไปคลินิก เพราะติดต่อราชการไม่ได้”
แต่หลังจากนี้ ชีวิตจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พวกเขาสามารถทำธุรกรรมต่างๆ ได้ เช่น เปิดบัญชีธนาคาร ทำประกันสุขภาพ ลงทะเบียนซิมการ์ด รวมถึงน้องสาวทั้งสองที่ตั้งใจจะกลับไปศึกษาเล่าเรียนเพื่อพัฒนาตัวเอง

จุดเริ่มต้นความช่วยเหลือ
เรื่องราวความเดือดร้อนของครอบครัวนี้เริ่มเป็นที่สนใจเมื่อ วันที่ 4 กรกฎาคม 2567 โดย นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล (ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา) พร้อมคณะทำงานลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านเกี่ยวกับครอบครัวที่พ่อเสียชีวิต แม่เป็นคนต่างด้าว และลูก 4 คนไม่มีเอกสารแสดงตัวตนมาหลายสิบปี

จากการสอบพบว่า ครอบครัวนี้อาศัยในยะลาตั้งแต่ปี 2533 โดยรับจ้างปลูกผักขาย แต่ต้องใช้ชีวิตแบบหลบๆ ซ่อนๆ เนื่องจากไม่มีบัตรประชาชน ทำให้ขาดโอกาสทุกด้าน ทั้งการศึกษา การรักษาพยาบาล และสวัสดิการรัฐ แม้แต่เมื่อพ่อเสียชีวิตในเดือนมิถุนายน 2567 ก็ไม่สามารถจัดการฌาปนกิจได้เพราะไม่มีหลักฐานทางกฎหมาย

กระบวนการตรวจ DNA สู่การได้มาซึ่งสิทธิพลเมือง วันที่ 10 ตุลาคม 2567 มีการประสานงานกับ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจ DNA ของทั้ง 4 พี่น้อง และเปรียบเทียบกับลุงที่อุบลราชธานี ซึ่งผลลัพธ์ออกมายืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือด ส่งผลให้พวกเขาได้รับบัตรประชาชนและสถานะพลเมืองไทยอย่างสมบูรณ์

คุณอำนาจกล่าวขอบคุณ นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล (ปัจจุบันเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี) เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พัฒนาสังคม ศอ.บต. เทศบาลเมืองสะเตงนอก และ พี่อ๊อต เทศกิจเทศบาลนครยะลา ที่ช่วยเหลือจนประสบความสำเร็จ “ถ้าไม่มีทุกท่าน เราคงไม่รู้ว่าชีวิตจะเป็นอย่างไรต่อไป”

การได้รับบัตรประชาชนครั้งนี้ไม่เพียงแต่ให้ “สิทธิ์” แก่พวกเขา แต่ยังหมายถึง “ชีวิตใหม่” ที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมีศักดิ์ศรีในฐานะพลเมืองไทยอย่างเต็มตัว
ภาพ/ข่าว คทาวุธ แช่ม

