“บิ๊กกุ้ง” เเม่ทัพภาคที่2 เเถลงจับยาเสพติดพร้อมด้วย (ผบ.ศปก.ทภ.2) / (ผบ.นบ.ยส.24) ยึดยาเสพติด (ยาไอซ์) จำนวน 300 กิโลกรัม มูลค่าหลายร้อยล้านบาท ในพื้นที่ อ.ปากชม จ.เลย
ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 5 เม.ย.68 เวลา 16.00 น. พล.ท.บุญสิน พาดกลาง มทภ.2/ผบ.ศปก.ทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 เป็นประธานการแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติด (ยาไอซ์) จำนวน 300 กิโลกรัม มูลค่าหลายร้อยล้านบาท โดยมี นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผวจ.เลย, ปลัดจังหวัดเลย และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ประกอบไปด้วย มทบ.28, ผบ.บก.ควบคุมที่ 3, ตำรวจภูธรจังหวัดเลย, นายอำเภอปากชม, ตชด.ที่ 246 และฝ่ายปกครอง อ.ปากชมฯ ร่วมแถลงข่าวการตรวจยึดในครั้งนี้ ณ บก.ฉก.ทพ.21 ค่ายศรีสองรัก อ.เมือง จ.เลย


จากกรณี เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2568 เวลา 21:50 น. ร้อย.ฉก.ทพ.2109 และ ร้อย.ฉก.ทพ.2110 ฉก.ทพ.21 กกล.สุรศักดิ์มนตรี ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.อินทราวุธ ทองคำ ผบ.ฉก.ทพ.21 หลังได้รับทราบมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มค้ายาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ จึงทำการตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด บริเวณริมถนนหมายเลข 211 พื้นที่ บ.ห้วยขอบ ต.หาดคัมภีร์ อ.ปากชม จ.เลย เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดตาม พรบ.ต่างๆ ได้ตรวจพบรถยนต์เก๋ง 1 คัน แล่นเข้ามายังจุดตรวจฯ จนท.จึงได้ให้สัญญาณหยุดรถ เพื่อสอบถามแล้วทำการตรวจค้น แต่คนขับรถ หรือ นายพจน์ มณีนพ (ทราบชื่อภายหลัง) ได้ท่าพิรุธ ผิดสังเกตุ พูดจา วกไปวนมา คล้ายกับผู้ที่กระทำความผิดและอีกสักพัก ได้มีรถยนต์เก๋งอีก 1 คัน แล่นเข้ามาที่จุดตรวจฯ เช่นกัน เพื่อสอบถาม นายนาถ พิมพ์พา (ทราบชื่อภายหลัง) จนท.จึงได้ควบคุมตัวทั้ง 2 คน ทำการสอบสวนและชักถามอย่างรายละเอียด ผลการสอบสวนทั้ง 2 คน ให้การยอมรับว่า ตนเสพยาบ้ามา และทั้ง 2 รู้จักกัน ได้รับการว่าจ้างให้มารับ ยาเสพติดในพื้นที่ อ.ปากชม จ.เลย โดยได้รับค่าจ้าง คนละ 100,000 บาท


ต่อมา ในวันที่ 3 เม.ย. 2568 เวลา 03:30 น. หน่วยฯ ได้ทำการขยายผลทำการซุ่มเฝ้าตรวจ พื้นที่ บ.ห้วยขอบ ต.หาดคัมภีร์ อ.ปากชม จ.เลย พร้อมติดตามรถเป้าหมายที่คาดว่าจะมาขนยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ พบรถยนต์ต้องสงสัยเข้ามาจอดรถพร้อมกับมีกลุ่มชายชุดดำหลายคน กำลังขนกระสอบสีดำขึ้นรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว จนท.จึงได้ทำการแสดงตัวเข้าจับกุม ขณะนั้นกลุ่มชายชุดดำได้สังเกตุเห็น จึงได้ทิ้งกระสอบ และอาศัยความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีเข้าไปป่า จากการสนธิกำลังเข้าตรวจสอบร่วมกับ สภ.ปากชม, ตชด.246, ฝ่ายปกครองอำเภอปากชม และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่พบเป็นยาเสพติด จำนวน 8 กระสอบ (ยาไอซ์) น้ำหนัก 300 กิโลกรัม, รถยนต์เก๋ง จำนวน 2 คัน พร้อมผู้ต้องหา 2 ราย หน่วยฯจึงได้นำของกลางทั้งหมดมาแถลงข่าวที่ บก.ฉก.ทพ.21 ค่ายศรีสองรัก อ.เมือง จ.เลย



โดยในวันนี้ ต่อเนื่องกับเหตุการณ์ตรวจยึดจับกุมที่เกิดขึ้นในสองสามวันที่ผ่านมา พล.ท.บุญสิน พาดกลาง มทภ.2 / ผบ.ศปก.ทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 ได้กล่าวต่อสื่อมวลชนว่า ขอขอบคุณ หน่วยงานทุกภาคส่วน ที่ได้บูรณาการจนนำไปสู่การตรวจยึดจับกุมได้ในครั้งนี้ และขอชื่นชม ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2109, ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2110 และแหล่งข่าวภาคประชาชนที่ให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ จนสามารถตรวจยึดได้ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นที่เชื่อกันว่ากลุ่มกระบวนการยังคงพยายามที่จะดำเนินการลักลอบนำเข้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ในการตรวจยึดในครั้งของกลางซึ่งเป็นยาไอซ์ เป็นมูลค่าที่สูงมาก ถ้าเข้าไปยังพื้นที่ตอนในได้ จะเพิ่มมูลค่าอย่างมหาศาล ซึ่ง มทภ.2/ผบ.ศปก.ทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังจุดผ่านแดนถาวร ในพื้นที่, การเฝ้าระวังทั้งทางบก/ทางน้ำ ในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติด โดยใช้เทคโนโลยีที่ได้รับการสนับสนุน เช่น กล้องวงจรปิด, กล้องตรวจการณ์เวลากลางวัน/กลางคืน, โดรนตรวจการณ์ และในอนาคตจะนำเครื่องเอกซเรย์วัตถุต้องสงสัยแบบพกพา มาเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจของหน่วย รวมไปถึงผมได้อนุมัติให้เพิ่มเติมกำลัง จำนวน 2 หมวด สกัดกั้นฯ ในพื้นที่พื้นที่ อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ และอำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มีความล่อแหลม ต่อการนำเข้ายาเสพติด
ในห้วงที่ผ่านมา มีสถิติการจับกุมในพื้นที่อำเภอชายแดนของ จ.เลย จำนวน 165 ครั้ง ผู้ต้องหา 205 ราย โดยมีของกลางยาบ้ามากถึง 6,604,906 เม็ด, ไอซ์ 993 กิโลกรัม และเคตามีน 250 กิโลกรัม และสำหรับการจับกุมในพื้นที่รับผิดชอบของ หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งหมด 7 จังหวัด 25 อำเภอ จำนวน 632 ครั้ง ผู้ต้องหา 877 คน โดยมี ของกลางยาบ้ามากถึง 90,141,732 เม็ด, ไอซ์ 3,426 กิโลกรัม, เฮโรอีน 124 กิโลกรัม, เคตามีน 777 กิโลกรัม, และอื่นๆ (ยาอี 3,490 เม็ด, happy Water 1,156 ซอง, ฝิ่น 1 กรัม) รวมมูลค่ามากถึงหกพันหนึ่งร้อยล้านบาทเศษ

พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ฝากพี่น้องสื่อมวลชน เป็นกระบอกเสียง และประชาสัมพันธ์กระจายข่าวสารที่เป็นประโยชน์ ให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ แจ้งข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ให้กับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐ ให้สามารถนำไปสู่การตรวจยึดและจับกุมกลุ่มกระบวนการค้ายาเสพติดให้ต่อไป พร้อมมอบเงินรางวัลเพื่อเป็นขวัญและกำหลังใจให้กับ ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2109 เป็นผู้แทนในการรับมอบฯ

ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน

