พล.ต.เฉลิมชัย สุทธินวล ผอ.ศูนย์สันติวิธี มอบหมายให้ ผอ.โรงเรียนการเมืองรวมกับตัวแทนกลุ่มชาวไทยพุทธ เเละชมรมโต๊ะอิหม่ามปรตะจำ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เข้าเดินทางรุดเยี่ยมผู้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์ความรุนเเรงในพื้นที่ชายเเดนภาคใต้


ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 23 เมษายน 2568 กาจากกรณีที่มีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดในพื้นที่ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เป็นเหตุให้เยาวชน เด็กอายุระหว่าง 3-13 ปี ซึ่งเป็นนักเรียนกำลังเดินทางไปเรียนอัลกุรอ่าน รวมทั้งบุตรหลานของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บจากการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งเอกชนหลายภาคส่วนได้เดินทางไปเยี่ยมติดตามสอบถามอาการ และร่วมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวทุกราย ประกอบด้วย แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เดินทางไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล รวมทั้งผู้แทนจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกลุ่มมวลชนต่างๆ ซึ่งต่างหลั่งไหลเข้ามาแสดงความห่วงใย ไม่เพียงแต่สอบถามอาการ แต่ยังนำพากำลังใจอันอบอุ่นไปมอบแก่ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบสำหรับเหตุการณ์คนร้าย
ไม่ทราบกลุ่ม เเละจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดลอบยิงพระสงฆ์และสามเณรขณะออกเดินทางไปบิณฑบาตในพื้นที่เขตเทศบาลสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เป็นเหตุให้สามเณรพงษ์กร ชูมาปาน อายุ 16 ปี มรณภาพ และ สามเณรโภคนิษฐ์ โมราศิลป อายุ 12 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดยเหตุการณ์นี้เจ้าหน้าที่รัฐ และเอกชน รวมถึงผู้นำศาสนาได้รุดเข้าเยี่ยมแสดงความเสียใจ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือในขั้นต้นให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ




ภาพแห่งการแสดงน้ำใจจากภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้นำศาสนาในสองเหตุการณ์สำคัญที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความงดงามอันลึกซึ้งในหัวใจของผู้คนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นบทพิสูจน์แห่งความรัก ความเมตตา และความสมัครสมานสามัคคีที่ประชาชนทุกเชื้อชาติ ศาสนา ยึดถือร่วมกันอย่างแนบแน่น แม้จะต่างความเชื่อ ต่างวิถีชีวิต แต่เมื่อยามทุกข์ยากมาเยือน มือแห่งมิตรภาพก็ยื่นออกมาหากันโดยไม่ลังเล น้ำใจที่หยิบยื่นให้กันในยามยากจึงเปรียบเสมือนแสงสว่างที่ฉายทอไปทั่วผืนแผ่นดินปลายด้ามขวาน เป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่กลุ่มผู้หวังร้ายยากจะบั่นทอนหรือทำลายได้ เพราะศาสนาทุกศาสนาต่างสอนให้มนุษย์ประพฤติความดี ละเว้นความชั่ว และเกื้อกูลกันในยามจำเป็น และด้วยคุณธรรมอันงดงามนี้เอง ที่จะหล่อเลี้ยงให้พื้นที่ชายแดนภาคใต้ยังคงงดงามด้วยไมตรีและความศรัทธานอกจากนี้ ยุทธศาสตร์หนึ่งที่กลุ่มก่อความไม่สงบนำมาใช้ในการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงเพื่อต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐไทย คือสร้างความเกลียดชังให้เกิดกับคนต่างศาสนาส่งผลให้นักบวชในศาสนาอื่น โดยเฉพาะศาสนาพุทธ ซึ่งก็คือ พระสงฆ์และสามเณร ตกเป็นเป้าหมายของการก่อเหตุรุนแรง
หลายๆ กรณีเป็นการกระทำด้วยความเหี้ยมโหด ทารุณสาเหตุด้านหนึ่งเชื่อว่ามีเป้าหมายเพื่อยั่วยุให้เจ้าหน้าที่รัฐ และคนศาสนาอื่นตอบโต้ด้วยความรุนแรง จนพื้นที่นี้กลายเป็นดินแดนที่มีความขัดแย้งระหว่างคนต่างศาสนา

ขณะที่อีกด้านหนึ่งก็เพื่อสร้างบรรยากาศของความหวาดกลัว เพื่อให้คนศาสนาอื่น และนักบวช อพยพย้ายออกไปจากพื้นที่ ทั้งๆ ที่สภาพสังคมที่แท้จริงของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นสังคมพหุวัฒนธรรมมาตั้งแต่โบราณกาล เพราะเป็นเมืองท่าที่สำคัญในอดีต จึงมีคนจากหลากหลายเชื้อชาติ ความเชื่อ และศาสนา มาตั้งชุมชนอยู่รวมกัน เห็นได้จากในพื้นที่มีทั้งมัสยิด โบสถ์ และวัด ตลอดจนศาสนสถานโบราณนั้นจำนวนมากเเละเป็นพื้นที่ประวัติศาตร์ของชาวไทยมลายู

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวเชื่อว่าในการก่อเหตุรุนแรงที่มุ่งกระทำต่อ นักบวชศาสนาอื่น ทำให้สถานการณ์ที่ชายแดนใต้มีความพิเศษ แตกต่างจากความขัดแย้งในพื้นที่อื่นๆ เกือบทั่วโลก เพราะในทุกๆ สงครามมักมีข้อยกเว้น ไม่กระทำรุนแรงหรือทำร้ายนักบวช ไม่ว่าศาสนาใด แต่สำหรับจังหวัดชายแดนภาคใต้ สถิติตัวเลขที่พระสงฆ์และสามเณรถูกกระทำ มีสูงมากจนน่าตกใจ และรูปแบบของการก่อเหตุร้าย หลายๆ ครั้งแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ในเมืองไทย


@ #Rickytv9 ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน



















