“ช่อผกาจาลัน” ปาเต๊ะลายใหม่ของชาวโกลก
“ลวดลายในผ้าปาเต๊ะ ลวดลายใหม่ของชาว อ.สุไหง-โกลก มี ศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ ป่าพรุสิรินธร วัด มัสยิด และอุทยานผ้าปาเต๊ะ รวมความเป็นโกลกในลาย “ช่อผกาจาลัน” ช่อดอกไม้สุดปลายทางไม้หมอน เปิดตัวครั้งแรกในงานนี้และจะต่อยอดเป็นอีกหลายผลิตภัณฑ์”
คุณเจ๊ะอัสรีนา บินเจ๊ะอาหลี จากนินาปาเต๊ะ ทายาทโรงผ้าปาเต๊ะสุไหง-โกลก บอกถึงลวดลายช่อผกาจาลันในปาเต๊ะลายใหม่ของชาวโกลก
ช่อผกาจาลันเกิดจากการมีส่วนร่วมของผู้คน 3 วัฒนธรรม ทั้งพุทธ จีน และมลายู ใน อ.สุไหงโก-ลก ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุ ด้วยการหาแรงบันดาลใจจากจุดเช็คอินของสุไหงโก-ลก จากศาลเจ้าแม่ ป่าพรุสิรินธร วัด มัสยิด รวบรวมเป็นลวดลาย ออกแบบมาเป็นลายหนึ่งเดียวของสุไหงโก-ลก บนแม่พิมพ์ผ้าปาเต๊ะ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ผ้าปาเต๊ะเอกลักษณ์ของสุไหงโกลก ผ่านฝีมือของอุทยานผ้าปาเต๊ะบาโงเปาะเล็ง
“จุดเช็คอินในโกลก มีศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ ป่าพรุสิรินธร วัด มัสยิด อุทยานผ้าปาเต๊ะ(ชุมชนบาโงเปาะเล็ง) ระหว่างเส้นทางรถไฟและไม้หมอนมีดอกไม้นานาชนิดที่รวมความเป็นโกลก พ่อ(นายเจ๊ะอาแซ บินเจ๊ะอาหลี) ซึ่งเป็นปราชญ์ชาวบ้านนำมาประกอบในบล็อกโลหะ ลายนี้มาจากการทำงานร่วมกันกับทีมวิจัยมนร. ซึ่งผลิตแจ๊คเกตทีมวิจัยด้วยลายผกาจาลันเป็นครั้งแรก ต่อยอดเป็นฮิญาบ ผ้าชิ้น เป็นลายใหม่ประจำพื้นที่ เป็นความภาคภูมิใจของชาวโกลก”
ผ้าปาเต๊ะพิมพ์มือชุมชนบาโงเปาะเล็ง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เป็นแห่งเดียวในไทยที่ยังคงรักษาการพิมพ์ลายผ้าด้วยมือแบบดั้งเดิมผสานนวัตกรรม สืบทอดโดยนายเจ๊ะอาแซ บินเจ๊ะอาหลี กว่า 39 ปี ลวดลายผ้ามีความละเอียด อ่อนช้อย เน้นลายดอกไม้และไม้นับพันแบบ ใช้แม่พิมพ์เหล็กแบบดั้งเดิมและสีสูตรพิเศษที่ไม่ตกสี สะท้อนวิถีวัฒนธรรมชายแดนใต้ ผ้าทุกผืนจะมีโลโก้ THAILAND สุไหงโก-ลก เพื่อบ่งบอกอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น สร้างรายได้ให้กับกลุ่มแม่บ้านในชุมชน และส่งออกไปหลายประเทศ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ชุมชนร่วมอนุรักษ์และพัฒนาต่อยอดอย่างยั่งยืน
อาจารย์ศรัณ เนื้อน้อย รองคณบดีคณะวิทยาการจัดการ มนร.และหัวหน้าโครงการวิจัย “สุไหงโก-ลก เพื่อยกระดับกลไกและสร้างเมืองแห่งการเรียนรู้ทุกช่วงวัย ภายใต้แนวทางพหุวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน” กล่าวว่ามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์(มนร.)ได้รับการสนับสนุนการวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) เพื่อนำเสนอผลงานวิจัย โดย มนร.ได้ทำงานร่วมกับเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก และภาคีเครือข่าย โดยได้นำเสนอเรื่องราววิถีชีวิตพหุวัฒนธรรมที่สะท้อนผ่าน 4 มิติ ได้แก่ มิติทางประวัติศาสตร์ ผ่านการเล่าเรื่องความเป็นมาของเมือง มิติทางวัฒนธรรมผ่านชุดการเเสดง “อัตลักษณ์วิถีศิลป์ ถิ่นปาเต๊ะ” มิติการเรียนรู้สร้างสรรค์ผ่านกิจกรรมประกวดเเข่งขัน และมิติขับเคลื่อนเมืองเเห่งการเรียนรู้ผ่านเวทีเสวนา นิทรรศการ และการมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกช่วงวัยในการร่วมขับเคลื่อนพัฒนาเมืองสุไหงโก-ลกสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ Learning City ต่อไป
เรื่องราวผสานลวดลายประวัติศาสตร์ วาดเส้นสู่ทางไม้หมอนเมืองสุไหงโก-ลก เมื่อเร็วๆ นี้เป็นงานที่มีความสำคัญในการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ในพื้นที่เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ซึ่งเกิดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างมนร. เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก และภาคีเครือข่ายทั้ง 20 ภาคี ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ภายใต้โครงการวิจัยที่เกิดขึ้น เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาศักยภาพของประชาชนในทุกช่วงวัยในพื้นที่เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อีกทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสในการพัฒนาเมือง และกระตุ้นเศรษฐกิจ ชุมชนเมืองชายแดนได้อีกด้วย
การพัฒนาเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ตามแนวทางของ UNESCO นับเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และรักษาไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของท้องถิ่น รักและหวงแหนเมือง เกิดความร่วมมือในการที่จะทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ต่างๆ เพื่อพัฒนาเมือง ซึ่งการจัดงานครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาพื้นที่เมืองแห่งการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับคน ทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน และสร้างความภาคภูมิใจให้ชาวสุไหงโก-ลกทุกคน
#ช่อผกาจาลัน #บพท #มนร #KolokLearningCity #ศสว #ศูนย์สื่อสารวิจัยภาคใต้







