
Exclusive!! หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ในประเทศมาเลเซีย New Straits Times รายงานข่าวเหตุการณ์สำคัญในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ : ครอบครัวอาสาสมัครทหารพรานรุสดี ดาเล็ง เรียกร้องความเป็นธรรมกรณีถูกคนร้ายลอบยิงจนเสียชีวิตในวันรายอแนขณะอ่านอัลกุรอานหน้าหลุมฝังศพบิดาในกุโบร์แห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอธารโต จังหวัดยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อเป็นฝีมือแนวร่วมของขบวนการที่ต่อต้านรัฐ ส่วนผู้นำศาสนาในพื้นที่เชื่อชาวบ้านกับมวลชนไม่เห็นด้วยและขอประณามการลอบทำร้ายคนมุสลิมที่เป็นเจ้าหน้ารัฐ โดยเฉพาะในห้วงเทศกาลฮารีรายอซึ่งถือเป็นวันสำคัญสำหรับพี่น้องชาวมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้



วันที่ 17 มิ.ย. โกตาบารู มาเลเซีย : ครอบครัวของอาสาสมัครทหารพราน รุสดี ดาเล็ง (รุสดี บินอาแว) ผู้เสียชีวิตเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะเยี่ยมหลุมฝังศพพ่อ ณ บ้านจาเราะแป ตำบลธารโต อำเภอธารโต จังหวัดยะลา ได้เรียกร้องความยุติธรรมสำหรับการเสียชีวิตของเขา ครอบครัวของเขาบอกว่าพวกเขาไม่สามารถลืมเหตุร้ายที่เกิดขึ้นกับนายรุสดีได้ พ่อม่ายวัย 43 ปีรายนี้ถูกยิงที่ศีรษะด้านหลังจำนวนสองนัด เมื่อเวลา 06.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศไทย)

เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าว นายสักรีผู้เป็นพี่ชายของนายรุสดี ให้ข้อมูลว่า เขาและนายรุสดี เดินเท้าไปยังสุสานในหมู่บ้านจาเราะแป หลังจากละหมาดซุบฮ.ร่วมกัน “พวกเราเดินเท้าไปยังสุสานซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 50 เมตร เพื่อเยี่ยมหลุมฝังศพพ่อ หรือ นายอาแว ดาเล็ง ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา ด้วยโรคหอบหืด มีอายุรวม 83 ปี”

“เมื่อเราไปถึงบริเวณสุสานพบว่ามีผู้คนจำนวนมาก เนื่องจากเป็นเทศกาลฮารีรายอ 6 ของรายออีดิลฟิตรี”
“หลายคนขออดุอาอ.และอ่านอัลกุรอานให้แก่สมาชิกในครอบครัวที่เสียชีวิต”
“ขณะนั่งใกล้หลุมฝังศพ ฉันก็ได้ยินเสียงปืนดังมาจากด้านหลัง หลายคนกรีดร้อง”
“หลังจากนั้น ฉันเห็นน้องชายของฉันซึ่งนั่งอยู่ข้างหลัง ล้มลงนอนบนพื้นท่ามกลางกองเลือด”
“ในขณะเดียวกัน ฉันเห็นผู้ชายสวมหน้ากากอนามัย 2 คน หลบหนีจากที่เกิดเหตุ โดยรถจักยานยนต์” ชายวัย 47 ปี ที่มีภูมิลำเนาในตำบลป่าหวัง อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ให้ข้อมูล

นายสักรีแจ้งว่า ชาวบ้านให้ความช่วยเหลือ โดยรีบพานายรุสดีไปยังโรงพยาบาลในละแวกใกล้เคียง แต่ปรากฏว่าเขาได้หมดลมหายใจระหว่างทางที่จะไปถึงโรงพยาบาล
“มันเป็นฝันร้าย 2 ครั้ง สำหรับครอบครัวของเรา ครั้งที่ 1 คือ พ่อของเราเสียชีวิต และ 4 วันต่อมา นายรุสดีถูกฆ่าตาย และเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเรายังเฉลิมฉลองรายออิดิลฟิตรี”
“พวกเรายอมรับว่านี่เป็นการทดสอบจากพระเจ้า แต่พวกเราเพียงแค่ต้องการให้มีผู้รับผิดชอบ
ในการเสียชีวิตของน้องชายของเรา โดยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม” เขากล่าวเสริม

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ธนพล เยาวพักตร์ ผกก. สภ. ธารโต เปิดเผยว่า การสอบสวนเบื้องต้นพบว่า นายรุสดี ฯ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกขนาด 11 มม. และ 9 มม. “ตำรวจยังไม่ได้ระบุตัวผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนแต่อย่างใด แต่เราไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะประสาน ความร่วมมือกับมาเลเซียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของเรา หากบุคคลทั้งสองหลบหนีไปยังประเทศมาเลเซีย” เขากล่าวเสริม นอกจากนี้เขายังเชื่อว่าบุคคลต้องสงสัยอาจจะมาจากกลุ่มต่อต้านรัฐบาลและมุ่งเป้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ดร. อิบราฮิม ยานยา รองประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดยะลา กล่าวว่า ชาวบ้านและชุมชนไม่เห็นด้วยและได้ประณามการก่อเหตุร้ายที่เกิดขึ้นในสุสาน “ไม่ว่าสาเหตุและแรงจูงใจในการก่อเหตุร้ายในครั้งนี้จะมาจากสิ่งใด แต่สถานการณ์รุนแรง ที่โหดร้ายเฉกเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้น ในขณะที่ชาวมุสลิมกำลังเฉลิมฉลองฮารีรายออิดิลฟิตรี” เขากล่าวเพิ่มเติม

มูฮำหมัด ยูโซฟ : เเปลข่าว/เรียบเรียงคำ
ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน
แหล่งข่าว: Family wants justice for man shot in cemetery (nst.com.my). ขอบคุณข่าวโดย คุณชารีฟะห์ มาซีนะฮ. อับดุลลอฮ. วันที่ 15 มิถุนายน 2567 เวลา 13.03 น.(ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศมาเลเซีย)
Contact to Email : thestringer.online@gmail.com

