ปัตตานี2_23 ก.ค. – ความคืบหน้า เหตุคนร้ายวางระเบิดรถสายตรวจ20 สังกัดสถานีตำรวจสภ.หนองจิก ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 6 นาย ด้านฝ่ายความมั่นคงเชื่อเป็นฝีมือ 4 แกนนำที่เคยวางระเบิดร้านชำเเละใต้ม้าหินอ่อน 2 ลูก เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 22 ก.ค. 2567 พ.ต.อ.พัฒนชัย ปาละสุวรรณ ผกก.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดริมถรรสายหาดใหญ่-ปัตตานี ม.9 บ้านทุ่งนเรนท์ ม.9 มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บหลายราย หลังได้รับแจ้งจึงรีบประสานหน่วยกำลังในพื้นที่รุดไปตรวจสอบพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ เมื่อไปถึงพบแรงระเบิดทำให้เกิดเพลิงไหม้พงหญ้าข้างทาง และห่างประมาณ 200 เมตรพบรถกระบะแบบหุ้มเกราะสีดำสี่ประตู สภาพถูกแรงระเบิดกระเด็นตกคูน้ำกลางถนนและยังทำให้ด้านหน้าห้องเครื่องยนต์พังเสียหาย และยังพบเจ้าหน้าที่ จำนวน 6 นายได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดขึ้นมาอยู่บนถนน จึงรีบลำเลียงทั้ง 6 นายส่ง รพ.หนองจิก ทราบชื่อ 1.ด.ต.สุริยา อีดหมาด อายุ 49 ปี 2.จ.ส.ต.สันติสุข จันทรเกษ อายุ 32 ปี 3.จ.ส.ต.อัครพล ครองราษฎร์ อายุ 35 ปี 4.ส.ต.อ.วีรการณ์ พรายอินทร์ อายุ 36 ปี 5.ส.ต.ท.ศิงขริน สวัสดิกูล อายุ 25 ปีและ 6.ส.ต.อ.เกริกฤทธิ์ แก้วแสงอ่อน อายุ 33 ปี ซึ่งทั้ง 6 นายมีบาดแผลถลอกตามแขนขา มีหูอื้อ และแน่นหน้าอก อาการปลอดภัย ในขณะที่เกิดเหตุนั้น เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นเส้นทางขาเข้าปัตตานีและให้ใช้เส้นทางเดียวไปก่อน ..



จากการสอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดร้อยเวร 20 สภ.หนองจิก ทั่ง 6 นาย กลับมาจากลาดตระเวนเส้นทางเพื่อดูแลความปลอดภัย เมื่อเสร็จภารกิจจึงกำลังเดินทางกลับโรงพักหนองจิก ปรากฏว่าเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ห่างจากโรงพักประมาณ 1 กิโลเมตร คนร้ายได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่องแบบเร่งด่วนน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัมที่ซุกซ่อนบริเวณเสาหลักกิโลเมตรริมถนนจนเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้รถของเจ้าหน้าที่กระเด็นไปไกลถึง 200 เมตรตกคูน้ำข้างทาง เจ้าหน้าที่ที่อยู่ภายในรถต้องรีบออกจากตัวรถก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อป้องกันคนร้ายซุ่มโจมตี ก่อนที่จะวิทยุขอกำลังเสริมและช่วยเหลือดังกล่าว



สำหรับความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 23 กค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเกิดระเบิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ยังคงปิดเส้นทาง และเปิดใช้เส้นทางเดียวให้กับประชาชนที่จะเดินทางไปกลับ ปัตตานี-หาดใหญ่ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารพรานดูแลความปลอดภัยบริเวณที่เกิดเหตุ และห้ามไม่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปเพราะเกรงว่าคนร้ายอาจจะล่อลวงซุกระเบิดอีกเพื่อหวังทำร้ายเจ้าหน้าที่ขณะเข้าที่เกิดเหตุ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบความเรียบร้อยบริเวณที่เกิดเหตุ ชุดพิสูจน์หลักฐานจึงได้เข้าตรวจสอบและเก็บรวบรวมวัตถุพยาน อาทิเช่น ชิ้นส่วนระเบิด เเผงวงจรระเบิด รวมไปถึงวัตถุพยานต่าง ๆ ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งบริเวณที่เกิดเหตุทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ



ขณะที่ชุดสืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคง ระบุว่า ก่อนหน้านี้ทางหน่วยข่าวได้รับรายงานจากแหล่งว่า พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบเข้ามาในพื้นที่ และมีการประชุมวางแผนในพื้นที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการสืบสวนและเข้าตรวจสอบในพื้นที่แต่ไม่พบและเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายไหวตัวทันหลบหนีไปก่อนแล้ว เชื่อว่าเหตุระเบิดครั้งนี้น่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันที่เคยก่อเหตุในพื้นที่และตรงตามข้อมูลที่เข้ามาเคลื่อนไหวก่อนจะเกิดระเบิดขึ้นไม่กี่วันและน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันที่ลอบวางระเบิดหน้าร้านขายของชำในพื้นที่ ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 3 กค.ที่ผ่านมา แต่โชคดีมีชาวบ้านเหตุจึงสามารถเข้าทำการเก็บกู้ไว้ได้ จำนวน 2 ลูก ซึ่ง กลุ่มที่ร่วมก่อเหตุครั้งนี้ คาดว่ามีจำนวน 4 คนและมีหมายจับคดีความมั่นคงหลายคดี อทิ นายอาดูนัน อาแว นายอับดุลการิม สะตาปอ นายมะแอ สะอิ และ นายอาริฟัน ยูนุ
ยังมีรายงานอีกว่า ก่อนจะเกิดระเบิดมีพยานพบเหตุบุคคลต้องสงสัยขับขี่รถ จยย.วนเวียนในที่เกิดเหตุช่วงก่อนจะเกิดระเบิดเพียงไม่นาน จึงเชื่อว่าคนร้ายน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่จึงวางแผนร้ายหวังสังหารหมู่เจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์



ขณะที่ พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พร้อมด้วย พ.อ.ปรเมศ ศานุพงศ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 สั่งระดมกำลังร่วมเฉพาะกิจกระจายกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่เป้าหมาย 10 จุดบริเวณที่เกิดเหตุในรัศมี 1 กิโลเมตร และให้ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติเนื่องจากกลุ่มดังกล่าวมีอาวุธครบมือและพร้อมที่จะตอบโต้เกรงว่าจะเกิดความสูญเสียทั้งสองฝ่ายระหว่างปฏิบัติและได้เน้นย้ำให้การปฏิบัติจากเบาไปหาหนักตามนโยบายแม่ทัพภาคที่4
สำหรับเหตุที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายได้มีการวางแผนและเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่มาตลอดจนรู้ว่าชุดดังกล่าวจะใช้รถกระบะเป็นพาหนะผ่านเส้นทางดังกล่าว จึงนำระเบิดแสวงเครื่องแบบเร่งด่วนมาซุกไว้ในช่วงกลางคืนก่อนจะกดชนวนระเบิดหวังทำร้ายเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์

ตอริก สหสัยติวรกุล รายงาน







