กรุงเบอร์ลิน.- รมต.ยุติธรรมนำคณะทำงานรัฐบาลไทย หารือร่วมภาคเอกชน Vista Berlin (Kreuzberg) ที่เยอรมัน ในเรื่องการจัดการเเละแก้ไขปัญหายาเสพติด

กรุงเบอร์ลิน.- รมต.ยุติธรรมนำคณะทำงานรัฐบาลไทย หารือร่วมกับภาคเอกชน Vista Berlin (Kreuzberg)ที่เยอรมัน ในเรื่องการจัดการเเละแก้ไขปัญหายาเสพติด

วันที่ 21 พฤษภาคม 2567 เวลา 09.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายนิยม เติมศรีสุข ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต สมาชิกวุฒิสภา พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์ นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และคณะ ได้เข้าร่วมประชุมและหารือกับคุณแอนเนค โกรท (Ms. Anneke Groth) ผู้จัดการศูนย์ให้คำปรึกษาและบำบัดรักษายาเสพติด Vista Berlin (Kreuzberg) และคณะ ให้การต้อนรับ

ในการหารือฯ ดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้สอบถามถึงบทบาทขององค์กรเอกชนในการมีส่วนร่วมจัดการและแก้ไขปัญหายาเสพติด เนื่องจากประเทศไทยมีขนาดใกล้เคียงกับประเทศเยอรมนี จึงขอแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รวมท้้งขอคำแนะนำเพื่อหาแนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้กับประเทศไทยได้

คุณแอนเนค โกรท (Ms. Anneke Groth) ผู้จัดการศูนย์ให้คำปรึกษาและบำบัดรักษายาเสพติด Vista Berlin (Kreuzberg) ได้ให้ข้อมูลพื้นฐานขององค์กรว่า ศูนย์ฯ เป็นองค์กรเอกชนที่ได้รับงบประมาณจากกระทรวงสาธารณสุขเยอรมนี โดยปัจจุบันมีพนักงานจำนวนมากกว่า 200 คน ซึ่งส่วนมากเป็นนักสังคมสงเคราะห์ และนักสาธารณสุข ทำหน้าที่ให้บริการทั้งหมด 15 จุด ทั่วกรุงเบอร์ลิน ซึ่งโดยเฉลี่ยจะมีการให้คำปรึกษาและบำบัดมากกว่า 8,000 ราย ต่อปี ทั้งนี้ ปัญหายาเสพติดที่พบส่วนมากเป็นปัญหาการเสพติดนิโคติน แอลกอฮอล์ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) และเฮโรอีน ตามลำดับ

สำหรับการบำบัดผู้เสพยาเสพติดนั้น เยอรมนี จะเน้นการบำบัดแบบให้ครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว และเป็นช่องทางที่ช่วยให้เข้าถึงผู้เสพได้ง่ายขึ้น ในขณะที่ผู้เสพยาเสพติดก็สามารถเข้าถึงการบำบัด หรือ เสพยาเสพติดอย่างปลอดภัยได้ นอกจากนั้น องค์กรยึดมั่นในหลักการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด (Harm Reduction) จึงมีนโยบายในการเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงบริการได้ โดยไม่เลือกปฏิบัติบนพื้นฐานของการเคารพสิทธิมนุษยชน ดังนั้น ในกรณีที่ต้องการปกปิดตัวตน ผู้เสพยาเสพติด โดยเฉพาะเยาวชนและผู้ปกครองสามารถเข้ารับบริการแบบนิรนามได้เช่นกัน

คณะผู้แทนไทยได้สอบถามถึงข้อท้าทาย และปัจจัยสำคัญที่ทำให้ศูนย์ฯ ประสบความสำเร็จ (Key success factors) ซึ่งคุณแอนเนค โกรท (Ms. Anneke Groth) ผู้จัดการศูนย์ให้คำปรึกษาและบำบัดรักษายาเสพติด Vista Berlin (Kreuzberg) มองว่าข้อท้าทายปัจจุบัน คือ ปัญหาการใช้กัญชาในเยาวชน และปัญหาการใช้เฮโรอีน ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยาเสพติดดังกล่าวมีราคาถูกและเข้าถึงง่าย สำหรับปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จ ได้แก่ 1) การฟังผู้เสพยาเสพติดให้มากที่สุด โดยนำนักสังคมสงเคราะห์เข้ามาให้ความช่วยเหลือ ให้กำลังใจ และสร้างการเปลี่ยนแปลง 2) การควบคุมการใช้ยาเสพติดไม่ให้เป็นอันตราย 3) การลดการเสพซ้ำ นอกจากนั้น ศูนย์ฯ ยังให้ความสำคัญกับ “การเข้าถึงผู้เสพยาเสพติด” ดังนั้น ในการจัดตั้งศูนย์ฯ จึงพิจารณาจากชุมชนที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดสูง จากนั้นเมื่อกำหนดพื้นที่แล้ว จะดำเนินการประชาสัมพันธ์ ควบคู่ไปกับการหาภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม ตลอดจนทำความเข้าใจกับชุมชน และหน่วยราชการในพื้นที่เพื่อให้เป็นพันธมิตรในการแก้ปัญหายาเสพติดต่อไป

ในช่วงท้าย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เยี่ยมชม พร้อมทั้งชื่นชมการดำเนินงานของศูนย์ฯ และเชิญชวนให้ไปถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้กับองค์กรเอกชนซึ่งเป็นเครือข่ายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของไทย เพื่อยกระดับการดำเนินงานให้มีความเข้มแข็งต่อไป

ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน