สตม.โชว์เเถลงข่าว จับ 2 คดีใหญ่ จีนปลอมตัวมาทำงานขับรถตู้ Vip รับ-ส่งชาวจีนสนามบินเข้าสู่เมืองกรุง อีกคดีสองผัวเมียหนีหมายจับอินเตอร์โพล150หมายจับ ซุกในไทยไม่รอด (ชมคลิป)
– คดีเเรก เป็นการจับกุมชายจีน วัย 30 ปี ทำธุรกิจผิดกฏหมายในราชอาจักรไทย
วันที่ 20 มีนาคม 2568 ที่ ห้องประชุมใหญ่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. นำเเถลงข่าวกรณีตัดวงจรจีนสีเทา พร้อมคณะชุดทำงาน มาเเถลงผลการจับกุมหนุ่มชาวจีนวัย30ปี ที่ทำงานเป็นเรือเหาะ รับ-ส่ง กรุ๊ปวีไอพีที่เข้ามาหากินในไทย โดยทำการสืบสวนจนสามารถจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมายได้สำเร็จ โดยมี พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) หน.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ดังนี้
– คดี ที่ 1. สืบสวน ตม.ได้ตัดวงจรจีนเทา ซึ่งเป็นขบวนการรถหรู รับ-ส่ง ลูกค้าไปสนามบิน เเละตามชายแดนไทยฝั่งติดประเทศเพื่อนบ้าน

ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ตรวจสอบพฤติกรรมกลุ่มคนต่างด้าวที่มีพฤติกรรมขัดต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม ตลอดจนมีลักษณะที่กระทบภาพลักษณ์และความมั่นคงของประเทศ บก.สส.สตม. จึงได้ทำการสืบสวนเกี่ยวกับกลุ่มรถยนต์หรู ป้ายทะเบียนสวยงาม พบว่ามีกลุ่มรถซึ่งเป็นของคนต่างด้าวเดินทางไปยังพื้นที่ชายแดน อาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มจีนเทาที่กระทำผิดกฎหมายในปัจจุบัน จึงได้ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จากนั้นได้ขออนุมัติหมายค้นต่อศาลอาญาพระโขนง เพื่อเข้าค้นบ้านหลังหนึ่งย่านสวนหลวง

จากการเข้าตรวจค้น พบว่ามีบุคลชื่อ Mr.Ma (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี สัญชาติจีน และภรรยา พักอาศัยอยู่ภายใน จนท.ได้ตรวจค้นจนพบพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่า Mr.Ma ประกอบธุรกิจ นำรถหรูออกให้คนต่างชาติเช่าผ่านระบบออนไลน์ โดยจ้างคนไทยที่สามารถพูดภาษาจีนได้เป็นพนักงานขับรถ
จากการตรวจสอบข้อมูลการครอบครองรถยนต์ พบรถยนต์หรู ป้ายทะเบียนสวยงาม จำนวน 4 คัน และจากการตรวจสอบเส้นทางรถที่วิ่งพบว่าวิ่งไปยังจังหวัดต่าง ๆ ที่ติดกับชายแดน อาทิเช่น สระแก้ว เชียงราย จันทบุรี ฯลฯ จึงได้ดำเนินคดีกับ Mr.Ma ในข้อหา “ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต” และดำเนินคดีกับคนไทยที่ทำหน้าที่ขับรถรับส่งชาวต่างชาติจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังจังหวัดต่าง ๆ ในข้อหา “ใช้รถผิดประเภท” โดยจะได้สืบสวนขยายผลเกี่ยวกับกลุ่มลูกค้าที่มาใช้บริการต่อไป


– คดีที่ 2. รวบฟิลิปปินส์สองผัวเมียหนีหมายจับคดีหลอกลงทุน มีหมายจับสากล (Interpol Red Notice) 150 หมายจับ มาซุกในไทย

บก.สส.สตม. ได้รับการประสานงานจากสถานเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ ประจำประเทศไทย ขอความร่วมมือ ให้ช่วยตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายกับ Mr.Cerrone (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี และ Mrs.Marve (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี สองสามี-ภรรยา สัญชาติฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับของทางการฟิลิปปินส์ และเป็นบุคคลที่องค์การตำรวจสากล ได้ออกประกาศสีแดง (Interpol Red Notice) ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงรูปแบบเครือข่ายหลอกให้ลงทุน” โดยมีผู้เสียหายจำนวนมาก เป็นเหตุให้ถูกหมายจับรวมกันกว่า 150 หมาย และได้หลบหนีเข้ามาอยู่ในประเทศไทย
เบื้องต้น ผบก.สส.สตม. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติการณ์ของบุคคลต่างด้าวทั้งสองมีเหตุอันควรให้ เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เนื่องจากเป็นบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศ ได้ออกหมายจับ จึงเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร พร้อมกับขึ้นบัญชีเป็นคนต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร และสั่งการให้ กก.2 บก.สส.สตม. สืบสวนติดตามหาตัว ต่อมาจากการสืบสวนทราบว่า Mr.Cerrone และ Mrs.Marve ได้เช่าบ้านพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.ชะอำ จว.เพชรบุรี จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ จนกระทั่งพบบุคคลทั้งสอง จึงได้แจ้งหนังสือแจ้งการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร นำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อกักตัวไว้รอการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป




จากการสอบถาม Mr.Cerrone และ Mrs.Marve ให้การว่า ทั้งสองคนเป็นประธานบริษัทการลงทุนแห่งหนึ่งในประเทศฟิลิปปินส์ ได้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการระดมทุน กระทั่งมีปัญหาเรื่องการเงิน ทำให้บริษัทขาดทุนอย่างหนัก และภายหลังได้ถูกออกหมายจับ จึงได้พาครอบครัวหลบหนีมายังประเทศไทย
สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิด ในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย
หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง
#สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง #สตม #จับกุมชาวจีนทุนเทา
ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน



