“รอง ผบช.ภ.9” แถลงกรณี อดีต ผกก.โคกเคียน แจ้งจับ “ผบช.ภ.9-ผู้การนราธิวาส” บุกรุกพังประตูห้องพักแฟลตตำรวจ ชี้เป็นการตรวจสอบจากภายนอก เตรียมฟันเอาผิดทั้งวินัย-อาญา
ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 30 เม.ย. จากกรณีที่ พ.ต.อ.วีรยุทธ ตาสีพันธุ์ อายุ 52 ปี อดีต ผกก.สภ.โคกเคียน จ.นราธิวาส เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.สุนันต์ สมภักษร รอง สว.(สอบสวน) สภ.โคกเคียน เพื่อดำเนินคดีกับ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 และ พล.ต.ต.ไมตรี สันตยากุล ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ข้อหาร่วมกันบุกรุกเคหสถาน โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 68 เวลาประมาณ 21.31 น. พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 และ พล.ต.ต.ไมตรี สันตยากุล ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พร้อมพวก ได้ทำลายประตูบ้านพักของผู้เสียหาย เหตุเกิดบริเวณบ้านพักตำรวจเลขที่ 272/41 หมู่ที่ 10 ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา
โดยล่าสุดทางด้าน พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ รอง ผบช.ภ.9/รอง ผบ.ศปก.ตร.สน. ออกมาแถลงข่าวจากกรณี เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2568 เวลาประมาณ 18.46 น. ได้เกิดเหตุระเบิดบริเวณ ริมกำแพงด้านหลังสถานีตำรวจภูธรโคกเคียน จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้ข้าราชการตำรวจและประชาชนได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย รวมถึงทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย
ต่อมาตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส จึงได้มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.วีรยุทธ ตาสีพันธุ์ ผกก.โคกเคียน จ.นราธิวาส ไปช่วยราชการ ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ซึ่งต่อมา พ.ต.อ.วีรยุทธ ได้ร้องเรียนผ่านสื่อว่า การออกคำสั่งดังกล่าวเป็นการกลั่นแกล้งตน โดยไม่ได้รับความเป็นธรรม อีกทั้งยังได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ในข้อหา “ร่วมกันบุกรุกเคหสถาน”
ซึ่งการกระทำดังกล่าว อาจทำให้เกิดความเสียหาย สร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนให้กับประชาชน และกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร ตำรวจภูธรภาค 9 ขอเรียนว่า นโยบายการบริหารราชการของตำรวจภูธรภาค 9 เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปกครองบังคับบัญชา หน่วยต้องมีความเข้มแข็ง ไม่ถูกกระทำ และมีความพร้อมในการให้บริการประชาชน หัวหน้าหน่วยต้องยึดโยงกับหน่วย ประกอบกับในห้วงนี้มีสถานการณ์ค่อนข้างรุนแรงและต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องอยู่ประจำหน่วยเพื่อบริหารสถานการณ์และดูแลผู้ใต้บังคับบัญชารวมถึงพี่น้องประชาชน
อดีต ผกก.โคกเคียน แจ้งจับ ผบช.ภ.9-ผู้การนราธิวาส บุกรุกพังประตูห้องพัก ซึ่งขณะเกิดเหตุ มีผู้บังคับบัญชาไปตรวจที่เกิดเหตุ แต่ พ.ต.อ.วีรยุทธ ได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุภายหลัง อีกทั้งในห้วงที่ผ่านมา ได้มีเหตุความมั่นคงเกิดขึ้นหลายครั้ง แสดงให้เห็นว่าหน่วยไม่สามารถควบคุมพื้นที่ให้มีความปลอดภัยได้ ตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาสจึงได้มีคำสั่งดังกล่าว เพื่อเป็นการบริหารสถานการณ์และกำลังพลภายในหน่วย ตามแนวทางที่ได้ปฏิบัติมาโดยตลอด และยังได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น เป็นความบกพร่อง หรือเป็นการดำเนินการตามแผนป้องกันที่ตั้งและคำสั่งผู้บังคับบัญชาโดยเคร่งครัดแล้วหรือไม่ อย่างไร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายแล้ว
การที่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ไปตรวจที่เกิดเหตุ โดยมีการตรวจสอบอาคารที่ทำการ และอาคารบ้านพักของผู้ใต้บังคับบัญชาภายในบริเวณสถานีตำรวจภูธรโคกเคียน ซึ่งเป็นการตรวจสอบจากภายนอก โดยไม่ได้เข้าไปภายในบ้านพักแต่อย่างใด พบว่าสภาพทั่วไปขาดการดูแลเอาใจใส่ ไม่มีความพร้อมในการให้บริการประชาชน อันเป็นการดำเนินการในฐานะผู้บังคับบัญชาตามอำนาจหน้าที่ ภายใต้กฎหมายและระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การดำเนินการดังกล่าวข้างต้น ไม่ได้เป็นการจงใจใช้อำนาจโดยมิชอบ กลั่นแกล้ง พ.ต.อ.วีรยุทธ แต่อย่างใด
ทั้งนี้ หาก พ.ต.อ.วีรยุทธ เห็นว่า ตนเองมิได้รับความเป็นธรรม ก็ยังสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งได้ตามกฎหมาย สำหรับกรณีที่มีการให้ข้อมูลทางสื่อต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อองค์กรตำรวจภูธรภาค 9 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการทางวินัยกับ พ.ต.อ.วีรยุทธ และอาจจะพิจารณาดำเนินการทางแพ่งและอาญาต่อไป
ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน



