ศอ.บต.ร่วมกับพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมและศูนย์เรียนรู้คัมภีร์อัลกุรอาน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้การจัดเก็บรักษาคัมภีร์อัลกุรอานและเอกสารโบราณ การบริหารจัดการ การวิจัยและพัฒนา การประชาสัมพันธ์ และสร้างการมีส่วนร่วม ณ กรุงเตหะราน สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

ศอ.บต.ร่วมกับพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมและศูนย์เรียนรู้คัมภีร์อัลกุรอาน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้การจัดเก็บรักษาคัมภีร์อัลกุรอานและเอกสารโบราณ การบริหารจัดการ การวิจัยและพัฒนา การประชาสัมพันธ์ และสร้างการมีส่วนร่วม ณ กรุงเตหะราน สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอ.บต. มอบหมายให้ นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน ศอ.บต .เป็นหัวหน้าคณะ พร้อมด้วย นายมาหะมะลุตฟี หะยีสาแม ประธานพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมและศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัลกุรอาน จ.นราธิวาส นำเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์
เข้าเยี่ยมคารวะ ท่าน ซัยยิด มุสตอฟา อะห์มัด ฮูซัยนี นิชาบูรี (Dr. Seyed Mostafa Hosseini Neyshabori) ประธานศูนย์ระหว่างประเทศด้านคัมภีร์อัลกุรอานและการเผยแผ่ สังกัดองค์การวัฒนธรรมและความสัมพันธ์อิสลาม (International Center for Quran and Propagation, Islamic Culture and Relations Organization) เพื่อประสานความสัมพันธ์และความร่วมมือในการรักษาคัมภีร์อัลกุรอานและมรดกทางวัฒนธรรมอิสลาม

ต่อมาคณะได้เยี่ยมชมพระราชวังโกเลสตาน (Golestan Palace) ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมโลกจาก UNESCO เมื่อปี ค.ศ. 2013 เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์เปอร์เซียอันรุ่งเรืองที่ในอดีตพระราชวังแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางรับรองพระราชอาคันตุกะนานาประเทศ และจัดพิธีมงคลของราชวงศ์ต่าง ๆ และเรียนรู้การคงสภาพอย่างดีเยี่ยมของคัมภีร์อัลกรุอาน เอกสารและวัตถุโบราณ ในพระราชวังดังกล่าวที่มีอายุเก่าแก่มากกว่า 500 ปี (ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ปี ค.ศ. 1524)

จากนั้นคณะได้เยี่ยมชม หอสมุดและพิพิธภัณฑ์เอกชนแห่งแรกและมีขนาดใหญ่ติดหนึ่งในหก แห่งของอิหร่าน ที่บริจาคโดยฮัจญ์ฮุเซนมาลัก (Haj Hossein Malek Library and Museum) โดยหอสมุดนี้มีความโดดเด่นในเรื่องการมีคอลเลกชันต้นฉบับโบราณหายากมากกว่า 19,000 ชิ้น และเอกสารโบราณที่ตีพิมพ์แล้ว 70,000 เล่ม เช่น ชุดสะสมอักษรวิจิตรโบราณ และชุดสะสมพรมที่ถักทอด้วยมือโบราณ เป็นต้น และการมีห้องทดลองวิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจสอบและทำความสะอาดคัมภีร์อัลกุรอานและเอกสารโบราณ โดยจะเริ่มตรวจสอบชนิดกระดาษโบราณและหมึกที่ใช้เขียน ส่องกล้องและเพาะเชื้อจากกระดาษโบราณและเก็บข้อมูลในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และทำความสะอาดเชื้อราและสิ่งปนเปื้อนออกให้หมดหมดไป

โดยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้การจัดเก็บรักษาคัมภีร์อัลกุรอานและเอกสารโบราณ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่เกิดขึ้นภายหลังที่เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ได้เดินทางมาเยี่ยมชมพิพิธภัณท์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน จ.นราธิวาส เมื่อเดือนมิถุนายน 2567 ร่วมกับเอกอัครราชทูตกลุ่มประเทศมุสลิมอีก 12 ประเทศ และ ศอ.บต. มีแผนงานยกระดับพิพิธภัณฑ์ฯ เป็นศูนย์การเรียนรู้และรักษาคัมภีร์อัลกุรอานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในโอกาสอันใกล้นี้

ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน