ชาวสยามในรัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย ส่งกำลังใจถึงพี่น้องไทยชายแดนใต้ พร้อมร่วมต้อนรับคณะสานสัมพันธ์พหุวัฒนธรรมไทยพุทธ-มุสลิม

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2568 ที่วัดปุณณาราม ตำบลปาดังเซรา รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย ชาวสยามในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับคณะตัวแทนชาวไทยพุทธและมุสลิมจากจังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดสงขลา จำนวน 50 คน ซึ่งเดินทางเข้าร่วม “โครงการสานสัมพันธ์ไทยพุทธ มุสลิม จังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่จัดโดยหน่วยเฉพาะกิจสันติสุข และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โดยกิจกรรมดังกล่าวหวังสร้างการเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรมที่ต่างเชื้อชาติต่างศาสนาต่างวัฒนธรรมแต่สามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยมีกลุ่มเยาวชนชาวสยามจัดการแสดงวัฒนธรรมไทยเพื่อแสดงความยินดี อาทิ การรำวง กลองยาว และรำมโนราห์ สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงาน

คณะผู้แทนเดินทางนำเครื่องสังฆทานจำนวน 10 ชุด มาถวายแด่คณะสงฆ์ ณ วัดปุณณาราม โดยมีพระสมุห์ชาเดอร์ จันทะสาโร เจ้าอาวาสวัดปุณณาราม พร้อมคณะสงฆ์ และชาวสยามในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพและความศรัทธา

ภายในงานยังมีการเปิดเวทีเสวนาพหุวัฒนธรรม พูดคุยแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันระหว่างชาวมุสลิมจากประเทศไทยกับคนสยามในประเทศมาเลเซียโดย พันโทพฤกษชาติ พูลพัฒนโยธิน ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ ชค.955 หัวหน้าคณะ กล่าวถึงความสำคัญของการสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างพี่น้องต่างศาสนา เพื่อเป็นพลังในการสร้างสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้

นางสาวจันทร์จิรา ยอดรักษ์ หนึ่งในผู้ร่วมเดินทาง เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่ได้เดินทางมากับคณะในโครงการนี้ เพราะไม่เพียงแต่ได้ทำกิจกรรมที่เสริมสร้างศรัทธา แต่ยังได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมที่หลากหลาย สิ่งที่ประทับใจมากคือการใช้ภาษาของผู้คนที่นี่ พวกเขายังใช้ภาษาไทยถิ่นใต้สื่อสารกันในชีวิตประจำวัน แต่ก็สามารถใช้ภาษามาเลเซียในการติดต่อราชการ หรือพูดคุยกับคนทั่วไป บางคนยังพูดได้ถึง 4 ภาษา ทั้งภาษาไทยถิ่นใต้ มาเลเซีย อังกฤษ และจีน ซึ่งดิฉันมองว่า ความหลากหลายเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เกิดการกลืนภาษาเลย แต่กลับเป็นประโยชน์ต่อการอยู่ร่วมกันในสังคมหลากหลายวัฒนธรรมด้วยซ้ำ

ด้าน นายพล นพรัตน ผู้แทนชุมชนชาวสยาม ตำบลปาดังเซรา กล่าวว่ารู้สึกดีใจมากที่พี่น้องชาวไทยจากชายแดนใต้ได้มาเยี่ยมเยือนพวกเรา ที่นี่พวกเราชาวสยามยังคงติดตามสถานการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่องผ่านสื่อจากประเทศไทย และรู้สึกเป็นห่วงคนไทยที่นั่น อยากให้ทุกคนมีความรัก ความสามัคคี และเข้าใจกัน เพื่อให้สามารถผ่านพ้นสถานการณ์ต่าง ๆ ไปได้อย่างราบรื่น

โครงการสานสัมพันธ์ครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางวัฒนธรรมและศาสนา ด้วยการส่งเสริมความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างพี่น้องไทยพุทธและมุสลิม ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสันติสุขในชายแดนใต้ต่อไป.
