พลตรี วรเดช เดชรักษา รอง มทภ.4 ลงพื้นที่ตรวจกองร้อยทหารพรานที่ 2201 ขณะที่ทางด้าน ผบ.ฉก.ทพ.22 ได้นำกำลังลว.พื้นที่ โดยได้สั่งการให้หน่วยที่ขึ้นตรงสามารถปฏิบัติงานทันที หากมีเหตุสุดวิสัย เเละกำลังพลรวมถึงประชาชนต้องได้รับความปลอดภัย 

พลตรี วรเดช เดชรักษา รองแม่ทัพภาคที่ 4  ลงพื้นที่ตรวจหน่วยกองร้อย ทพ.2201 เน้นย้ำว่า ” หน่วยระดับกองร้อย เป็นกลไกหลักของทุกภารกิจ กำชับกำลังพลต้องมีสติ มีปฏิภาณไหวพริบ ไม่ประมาท เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน “

พลตรี วรเดช เดชรักษา รองแม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ตรวจหน่วยกองร้อย ฉก.ทพ.2201 อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เน้นย้ำว่า ” หน่วยระดับกองร้อย เป็นกลไกหลักของทุกภารกิจ กำชับกำลังพลต้องมีสติ มีปฏิภาณไหวพริบ ไม่ประมาท เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ” ขณะที่ทางด้าน ผบ.ฉก.ทพ.22 ได้นำกำลังลว.พื้นที่ โดยได้สั่งการให้หน่วยที่ขึ้นตรงสามารถปฏิบัติงานทันที หากมีเหตุสุดวิสัย เเละกำลังพลรวมถึงประชาชนต้องได้รับความปลอดภัย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 5 มิถุนายน 2568  เวลา 10.20 น. พลตรี วรเดช เดชรักษา รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมผู้แทนฝ่ายอำนวยการของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ลงพื้นที่กองร้อยทหารพรานที่ 2201 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ติดตามการปฏิบัติภารกิจ รับทราบสถานการณ์ พร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติให้รัดกุม รอบครอบ และมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมี พันเอก อุเทน จีนทองหลาง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 และกำลังพลร่วมรับทราบนโยบาย และให้การต้อนรับ

พลตรี วรเดช เดชรักษา ระบุว่า ผู้บังคับหน่วยต้องมีสัญชาตญาณ ปฏิภาณไหวพริบ ให้มีความคิดรวดเร็ว ลึกซึ้ง มีความเป็นผู้นำและมอบหน้าที่แต่ละบุคคลให้ตรงความสามารถ ชัดเจนเปรียบดั่งนกเหยี่ยวที่มีวิสัยทัศน์ มีความว่องไว และทรงพลัง น่าเกรงขาม แม้ยืนเกาะกิ่งไม้ไม่กี่ตัว สัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลายยังเกรงกลัว พร้อมย้ำว่าหน่วยระดับกองร้อย เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนทุกภารกิจให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ และมีประสิทธิภาพ

ซึ่งผู้บังคับกองร้อย ต้องเป็นทั้งฝ่ายอำนวยการ และเป็นผู้นำ (Leadership) การปฏิบัติภารกิจที่มี วิสัยทัศน์ไกล รัดกุม รอบคอบ สามารถวางแผนและตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญยิ่งต้องสร้างขวัญกำลังใจ ด้วยหัวใจ และจิตวิญญาณในการตัดสินใจของทุกสถานการณ์ เน้นการดูแลความปลอดภัยของกำลังพล เพื่อดูแลประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หมั่นทบทวนเตรียมแผนเผชิญเหตุให้พร้อมปฏิบัติตลอด 24 ชั่วโมง การปฏิบัติต้องจำกัดเสรีและแนวความคิดของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ยังคงพยายามสร้างสถานการณ์ก่อเหตุต่อเนื่องหวังทำลายความเชื่อมั่นของเจ้าหน้าที่รัฐ และพี่น้องประชาชนกลุ่มเปราะบาง อาทิ เด็ก สตรี ผู้พิการ รวมไปถึงนักบวชศาสนา พระสงฆ์ เณร โต๊ะอีหม่าม โต๊ะครูสอนศาสนาอิสลามประจำมัสยิด โดยเเต่ละมัสยิดจะมีการเรียนการสอนศาสนา หลักปฏิบัติตามท่านนบี

โดยคุมพื้นที่ให้ปลอดภัย ควบคู่กับการบูรณาการที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ภาคประชาชน เน้นผู้นำศาสนาผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เชื่อมั่นว่าในทุกภารกิจจะบรรลุผลสำเร็จตามที่ได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ คือ กำลังพลปลอดภัย พี่น้องประชาชนมีความสุข ก่อเกิดความสันติสุขในพื้นที่อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ พลตรี วรเดช เดชรักษา และคณะ ผู้บังคับบัญชา ยังได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภค แทนคำขอบคุณ พร้อมกล่าวชื่นชมกำลังพลทุกนายที่มุ่งมั่น เสียสละปฏิบัติหน้าที่ อย่างสุดกำลังความสามารถ เพราะกำลังพลทุกระดับคือ “เพื่อนร่วมชีวิต ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติหน้าที่ ร่วมนำพาสันติสุขสู่ชายแดนใต้”


ผบ.ฉก.ทพ.22 นำกำลังลงพื้นที่ โดยได้สั่งการให้หน่วยที่ขึ้นตรง สามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย พร้อมออกลาดตระเวนรอยต่อเขตต่อเขตพื้นที่รับผิดชอบ เเละได้กำหนดพื้นที่ปลอดเหตุ เส้นทางปลอดภัย สร้างความอุ่นใจให้กับประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 5 มิ.ย. 68  พ.อ.อุเทน จีนทองหลาง ผบ.ฉก.ทพ.22 พร้อมด้วย หน.ฝยก.ฉก.ทพ.22 นำกำลังพลหน่วยขึ้นตรง และหน่วยขึ้นควบคุมทางยุทธการ เปิดแผนเชิงรุกปฏิบัติตามคำสั่งยุทธการของหน่วย        เข้าพิสูจน์ทราบพื้นที่ ที่ปรากฏตามภาพข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มเเนวร่วมผู้ก่อเหตุรุนเเรงที่ยังคงเลื่อนไหวในบริเวณพื้นที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินให้กับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ
เนื่องจาก อ.ยะรัง เป็นรอยต่อของสองจังหวัดยะลาเเละจัหวัดปัตตานี

 กองบรรณาธิการข่าว (ฝ่ายข่าวความมั่นคง) THE STRINGER TODAY

ตอริก สหสันติวรกุล รายงานจาก จ.ปัตตานี