อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ คัดค้านการรักษาทหารกัมพูชาในโรงพยาบาลไทย

นายเจะอามิง โตะตาหยง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์  อดีตประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร  ได้กล่าวถึง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารสุข ได้มอบนโยบายให้โรงพยาบาลไทย รักษาทหารกัมพูชาที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับทหารไทย บริเวณชายแดนไทย  ขณะนี้ หน่วยกองกำลังทหารเขมรนำตัวไปรักษาตัวอยู่ภายในประเทศกัมพูชาเอง

ทหารไทยใช้สิทธิป้องกันตนเอง ปกป้องอธิไตยไทย ตามอนุสัญญาณระหว่างประเทศกรุงเจนีวา มาตรา 51ตามกฎหมายให้สิทธิ ป้องกันตนเองจากผู้รุกราน
เกิดการปะทะด้วยกำลังอาวุธระหว่างกัน ทำให้ทหารทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บเสียชีวิตหลายราย

นายเจะอามิง ฯ ได้กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ขอตั้งคำถามและคัดค้านนโยบายของ รัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ออกนโยบายให้รักษาทหารกัมพูชา ที่ปะทะกับทหารไทย ทหารกัมพูชายิงโรงพยาบาล ยิงบ้านเรือนพลเรือน ถือว่าเป็นการกระทำอันเข้าข่าย อาชญากรรมสงคราม ตามกฎหมายระหว่างประเทศและอนุสัญญาเจนีวา โดยขอเรียกร้อง เรียนถามรัฐมนตรีสมศักดิ์ ฯ ว่า

1. ทำไมไม่คิด ดำเนินคดีตามกฎหมายระหว่างประเทศ ก่อน

2. การรักษาทหารที่เป็นอาชญากรสงคราม อาจเปิดช่องให้สอดแนมข้อมูลทางทหารไทย และเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติได้

3. กรณี เข้ารักษาตัวแล้ว ทหารเหล่านั้น เกิดเสียชีวิตระหว่างการรักษา ญาติทหารกัมพูชาอาจกลับมากล่าวหาแพทย์และประเทศไทย ว่าจงใจ ทำให้เสียชีวิตได้

4. ประเทศไทยมีสิทธิ์ควบคุมตัวและสอบสวน เป็นผู้ต้องหาตามกฎหมายไทยได้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงทุกด้าน

5. ขอให้กระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาล ทบทวน นโยบายรักษาทหารเขมร ด่วน

ประชาชนคนไทย ต้องการคำตอบอย่างตรงไปตรงมา ว่า ท่านสมศักดิ์ ฯ

หัวใจอยู่ข้างคนไทย หรือข้างทหารกัมพูชา?

การตัดสินใจของกระทรวงสาธารณสุข ที่อนุญาตให้ทหารกัมพูชาซึ่งปะทะกับทหารไทย และมีพฤติกรรมยิงโรงพยาบาลและพลเรือนไทย เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลไทย กำลังสร้างคำถามใหญ่ต่อความมั่นคงและศักดิ์ศรีของประเทศ

ประเด็นหลัก ทหารกัมพูชา ถือได้ว่าเป็นการละเมิดกฎหมายสากล ทหารกัมพูชาเหล่านี้เข้าข่ายอาชญากรสงคราม ควรถูกควบคุมตัวและดำเนินคดีตามอนุสัญญาเจนีวา ไม่ใช่ปล่อยให้รักษาเหมือนผู้ป่วยทั่วไป ความเสี่ยงด้านความมั่นคง: การเปิดให้เข้าถึงโรงพยาบาลในไทย อาจเป็นช่องทางสอดแนมและส่งข้อมูลลับทางทหาร  ความเสี่ยงด้านกฎหมาย
หากมีการเสียชีวิตระหว่างรักษา อาจจะถูกญาติทหารกัมพูชาฟ้องกล่าวหาว่าประเทศไทยจงใจสังหารได้ประชาชนไทยมีความรู้สึกว่าศักดิ์ศรีชาติถูกลดค่า เพราะผู้ที่รุกรานกลับได้รับการดูแลอย่างดี

นายเจะอามิง ฯ ขอเรียกร้องให้รัฐมนตรี สมศักดิ์ ฯ ต้องให้คำตอบต่อสังคมไทยว่า การตัดสินใจมอบาโยบาย ครั้งนี้ทำเพื่อชาติไทย หรือเพื่อใครกันแน่
การออกนโยบาย ลักษณะอย่างนี้ เป็นการกดดัน บุคลากร ทางการแพทย์ สู่ความขัดแย้ง ด้านความมั่นคง เป็นการไม่เหมาะสมยิ่ง สังคมไทย ถามถึงในใจลึกๆท่านรัฐมนตรี ว่า หัวใจท่านอยู่ข้างคนไทย หรือข้างทหารกัมพูชา ยิงโรงพยาบาล ยิงบ้านพลเรือนไทย เท่ากับ อาชญากรสงคราม
ทำไมไม่คิด ดำเนินคดีต่ออาชญากรสงครามเหล่านี้ ก่อน ที่จะคิดให้มารักษาในไทย?