
วันที่ 22 สิงหาคม 2568 มัสยิดรายอฟาฎอนี ตำบลจะบังติกอ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี คุตบะห์ (เทศนาธรรมละหมาดวันศุกร์) เดินหน้าเข้าร่วม โครงการปฏิบัติการ 120 วัน ต้านพืชกระท่อม อย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้ทุกวันศุกร์มีการบรรยายธรรม และอ่านคุตบะห์ เน้นสาระเกี่ยวกับการป้องกันปัญหายาเสพติด และอธิบายถึงโทษภัยของยาเสพติดต่อร่างกาย จิตใจ และสังคม เพื่อให้ผู้ที่มาร่วมละหมาดได้รับความรู้และตระหนักถึงอันตรายของยาเสพติด ร่วมถึงการให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยการเป็นหูเป็นตาเพื่ิให้ขุมขนสะอาดปลอดจากยาเสพติด

นอกจากนี้ คณะกรรมการประจำมัสยิดได้จัดประชุมหารืออย่างใกล้ชิด เพื่อวางแนวทางรับมือกับปัญหาการแพร่ระบาดของพืชกระท่อมและยาเสพติดชนิดอื่น โดยมุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้นำศาสนา ชุมชน และครอบครัว เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติด
มัสยิดรายอยังสืบสานการสอนอัลกุรอานที่ดำเนินมาก่อนหน้านี้ โดยเสริมเนื้อหาการปลูกฝังจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชนเข้าใจโทษของยาเสพติด ควบคู่กับการเรียนรู้หลักคำสอนทางศาสนา พร้อมจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น กีฬา ศิลปะ และกิจกรรมจิตอาสา เพื่อให้เยาวชนใช้เวลาว่างอย่างมีคุณค่า ลดความเสี่ยงต่อการเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ชุมชนเชื่อว่าการทำงานเชิงรุกแบบบูรณาการนี้ จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ มีความรู้ มีศรัทธา และมีทักษะในการปฏิเสธสิ่งมอมเมา อันเป็นการป้องกันปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน
นายอัสรี สุทธิศาสตร์สกุล เลขานุการกรรมการมัสยิดรายอฟาฏอนี เปิดเผยถึงแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ตำบลจะบังติด ว่า มัสยิดได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างภูมิคุ้มกันทางศาสนาแก่ประชาชน เนื่องจากเชื่อว่าพืชกระท่อมเป็นประตูนำไปสู่การติดสารเสพติดชนิดอื่นๆ
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ การใช้พื้นที่มัสยิดเป็นศูนย์กลางในการให้ความรู้แก่ประชาชน โดยทุกวันศุกร์ ก่อนเข้าสู่คุตบะ จะมีการพูดคุยให้ความรู้สั้นๆ ประมาณ 5 นาที และเมื่อเข้าสู่คุตบะก็จะพูดถึงโทษของยาเสพติด โดยเฉพาะพืชกระท่อม เพื่อสร้างความตระหนักแก่ผู้มาร่วมละหมาด
นอกจากนี้ มัสยิดยังจัดการเรียนการสอนตาดีกา เพื่อปลูกฝังให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และซึมซับวิถีชีวิตตามหลักศาสนา อันจะเป็นเสมือนการสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนเติบโตห่างไกลจากยาเสพติด ขณะเดียวกันมัสยิดรายอยังเป็นแกนกลางในการประชุม สภาสันติสุข ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน โดยมีภาครัฐและองค์กรในชุมชนเข้าร่วม เพื่อหารือและกำหนดแนวทางป้องกันปัญหายาเสพติด ตัวอย่างเช่น เมื่อพบการจำหน่ายน้ำกระท่อมในหมู่บ้าน คณะกรรมการมัสยิดจะเข้าไปพูดคุยและตักเตือนอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ อ.อัสรี ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “แนวทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหายาเสพติด คือการยึดมั่นในหลักศาสนาและอยู่ใกล้ชิดกับศาสนาอย่างต่อเนื่อง”
คุณอามีน โลหะสัณห์ รายงานจากจังหวัดปัตตานี

