กทม. – นายกฯเทศบาลเมืองปัตตานีนำผู้นำศาสนา แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ ปรับยุทธศาสตร์ 20 ปี สู่ความมั่นคง ยั่งยืน

กทม. – วันที่ 15 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน เทศบาลเมืองปัตตานี นำโดย นาย นิอันนุวา สุไลมาน นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี พร้อมคณะทำงาน ผู้นำศาสนาในพื้นเขตเทศบาลเมืองปัตตานี เดินทางร่วมกิจกรรมอบรม แลกเปลี่ยน แนวคิดพัฒนาต่อยอดการบริหารเพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เชิงบริหารเมืองปัตตานีสู่ยุคใหม่ที่สอดคล้องกับยุคปัจจุบัน ปรับกลยุทธให้เข้ากับบริบทพื้นที่ โดยไม่ส่งผลต่ออัตลักษณ์ พหุวัฒนธรรมของศาสนา อยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน และนำยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ได้มาพัฒนาขีดความสามารถ มาใช้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต
โดยคณะได้เดินทางออกจากจังหวัดปัตตานี ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 จุดหมายแรกคือ มัสยิดแก้วนิมิตร ในจังหวัด ปทุมธานี เมื่อคณะได้เดินทางถึงยังมัสยิดแก้วนิมิตร ได้มีคณะอีหม่ามอิสมาอีล มะหะหมัดและคณะกรรมการ ให้การต้อนรับ
จากนั้นคณะกรรมการมัสยิดแก้วนิมิตรเชิญเข้าร่วมเวทีแลกเปลี่ยน พูดคุย โดยตัวแทนมัสยิดได้เล่า ประวัติความเป็นมาของชุมชนและการสร้างมัสยิดแก้วนิมิตร เดิมชุมชนแห่งนี้อพยพมาจากจังหวัดปัตตานี ตั้งแต่เมื่อก่อนสมัยรัชกาลที่1 แต่มีบันทึกที่เด่นชัดในรัชสมัยรัชกาล 2-3 พุทธศักราช 2329 ในสงครามเก้าทัพ ทำอาชีพเกษตรกร ทำนาปลูกผักสวนครัว ส่วนใหญ่ปลูกพริกไทยเป็นหลัก ซึ่งสมัยนั้นผลผลิตที่ได้จะนำผลผลิตส่งเป็นเครื่องราชบรรณาการนำไปให้ส่วนกลาง และปรับเปลี่ยนอาชีพมาสู่อาชีพปศุสัตว์ และชุมชนแห่งนี้ได้ขยายขอบเขตไปยังพื้นที่อื่นๆและยังคงรักษาวัฒนธรรม ภาษามลายู ประเพณีดั้งเดิมของศาสนาอิสลามไว้จนปัจจุบัน ยังคงมีกลิ่นอายของภาษามาลายูที่ชัดเจน มีการสืบสานภาษามลายู ซึ่งจะเห็นได้ว่ายังคงพูดภาษามลายูอยู่ถึงรุ่นลูกหลานและตั้งปณิธานไว้ให้คงอยู่ มีคำพูดที่แทนความหมายชัดเจนว่า ( เตาะกันมาลายู ฮีลังดีปทุมธานี ) ความหมายคือ เราจะไม่ยอมให้มลายูเลือนหายจากปทุมธานี
จากนั้น นายนิอันนุวา สุไลมาน นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี ได้กล่าวขอบคุณคณะอีหม่าม กรรมการมัสยิดแก้วนิมิตรที่ให้การต้อนรับ พร้อมน้อมรับแนวทางการแลกเปลี่ยนพูดคุย เพื่อนำไปใช้เพื่อปรับแก้ให้สอดคล้อง เพื่อนำไปสู่แนวทางที่ตรงกัน นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่ พร้อมให้สัญญาว่า จะยึดแนวทางการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติก่อเกิดแนวทางสันติสุขต่อไป
ต่อจากนั้นคณะได้เดินทางไปยังอาคารรัฐสภา เพื่อเยี่ยมชมรัฐสภาที่ใหญ่ที่สุดในโลกและศึกษาการปฎิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในรัฐสภา โดยมี นาย มุข สุไลมาน เลขานุการประธานรัฐสภา ดร.วรวิทย์ บารู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต1 จังหวัดปัตตานีให้การต้อนรับและมีการบรรยาย บทบาทหน้าที่ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและแลกเปลี่ยน เรียนรู้ รับฟังปัญหาของคณะเพื่อเชื่อมในการบรรลุการแก้ปัญหา ความต้องการของประชาชนในพื้นที่เสนอเรื่องราวเพื่อปรับแก้ การยื่นเรื่องเข้าสู่กระบวนการแก้ไขในขั้นตอนรัฐสภา
นอกจากนี้คณะยังคงเดินทางต่อไปยังพระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้ว เพื่อเรียนรู้ประวัติความเป็นมา ความวิจิตรงดงามของพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นที่แหล่งหลอมรวมของสถาปัตยกรรมของหลายชนชาติทั้งจีน พุทธ มุสลิม คริสต์ ดั่งปรากฎร่องรอยความเจริญของราชวงศ์จักรีในอดีตกาล จวบจนถึงปัจจุบัน จากนั้นคณะเดินทางต่อไปยัง มัสยิดจักรพงษ์ ชุมชนตรอกสุเหร่า ย่านบางลำพู เพื่อเยี่ยมและแลกเปลี่ยน โดยมี พญ.เพชรดาว โตะมีนา อีหม่ามสุธี ทวีผลและคณะกรรมการมัสยิดต้อนรับ และร่วมละหมาดร่วมกัน มีนาย สุธี ผลทวีอีหม่าม ต้อนรับ พร้อมเล่าว่า เดิมเป็นชุมชนได้อพยพมาจากทางตอนใต้ของไทยหรือมลายูปัตตานี โดยมีความรู้ด้านการทำทอง ทำให้ชุมชนนี้เป็นแหล่งรวมช่างฝีมือของกรุงรัตนโกสินทร์ เรียกว่าช่างสามหมู่ ซึ่งเป็นช่างทอง ช่างเหล็ก ในการแกะสลักที่สวยงามและนำไปสู่ชิ้นงานที่ของเครื่องราชบรรณาการในพระราชวัง ชุมชนจักรพงษ์ได้ยึดแนวทางของอิสลามในทุกด้านและอยู่ร่วมกับชุมชนโดยรอบได้อย่างไม่มีปัญหา ยังคงรักษาอัตลักษณ์ พหุวัฒนธรรม ศาสนาจนถึงทุกวันนี้
ด้านนายนิอันนุวา สุไลมาน นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปัตตานีได้กล่าวว่า เจตตนาที่ได้เลือกในมัสยิดจักรพงษ์แห่งนี้ เพื่อให้เห็นว่าสถานที่แห่งนี้ได้อยู่ในแวดล้อมไปด้วยสิ่งบันเทิงสิ่งยั่วยวน แต่ยังคงรักษาอนุรักษ์พหุวัฒนธรรม วิถีความเป็นอิสลามให้คงอยู่ เป็นเหตุผลหลักที่ได้เลือกสถานที่แห่งนี้ในการศึกษาดูงานเพื่อนำไปสู่การต่อยอดพัฒนาศักยภาพในพื้นที่ ตรงตามวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในสิ่งคาดหวัดของกิจกรรมครั้งนี้คือการนำบทเรียน การแลกเปลี่ยน รับรู้มาไปใช้ในพื้นที่ ขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน สอดคล้อง พหุวัฒนธรรม อนุรักษ์วัฒนธรรม ศาสนาสืบต่อไป
ภาพข่าว/ ตอริก สหสันติวรกุล , มะอายือมิง สาเเล๊ะ จ.ปัตตานี






