ภูมิใจไทยกระหึ่มกรุง! เอกนัฏ เปิดหัวซัดแสบ ทำบางพรรคสะดุ้งเฮือก
ภูมิใจไทยกระหึ่ม! คิกออฟเปิดปราศรัยใหญ่กลางกรุง “เอกนัฏ”เปิดหัวซัดแสบ ทำ”บางพรรค”สะดุ้งเฮือก ไม่หลุดพ้นวัฒนธรรมสร้างวาทกรรม-วาดฝันสวยหรู ก่อนเลือกตั้งจ้อเก่งอย่างนั้นอย่างนี้ ทำคนหลงลมปาก ถึงเวลาจริงตีเงียบ ยัน”ภท.”พูดแล้วทำจริง ลั่นไม่จำเป็นต้องมาเลือกแบบยุทธศาสตร์ เอาตรงไปตรงมา เปิดเผย ขอประชาชนเปิดใจฟัง”อนุทิน-แกนนำพรรค”ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจฝากอนาคตบ้านเมือง
เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 ตั้งแต่เวลา 16.00 น.ที่สวนลุมพีนี เขตปทุมวัน กทม. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีการเปิดปราศรัยกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการเปิดปราศรัยใหญ่ทางการเมืองครั้งแรก ก่อนที่จะมีเลือกตั้งใหญ่ในวันที่ 8 ก.พ.นี้ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนทุกเพศทุกวัยเข้ามาร่วมรับฟังการปราศรัยเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ได้มีการวางคิวแกนนำพรรคภูมิใจไทยขึ้นเวทีปราศรัยถึงนโยบายต่างๆ ต่อประชาชน ดังนี้ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ แม่ทัพหาเสียงพื้นที่ กทม.พรรคภูมิใจไทย , น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ , นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ , นางศุภจี สุธรรมพันธ์ุ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย , นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย และปิดท้ายการปราศรัยที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในช่วงเวลาประมาณ 19.00 น.
โดยในเวลา 17.30 น. นายเอกนัฏ ขึ้นปราศรัยเป็นคนแรก โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า สโลแกนพรรคภูมิใจไทย คือพูดแล้วทำ ปกติตนเป็นคนที่ไม่ค่อยพูด แต่เหลือเวลาอีก 8 วันจะมีการเลือกตั้ง เป็นเวลาสำคัญที่นอกจากทำแล้ว เราต้องพูดบ้าง ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมือง นักการเมืองทุกคน พูดเก่ง ขยันเหลือเกิน วาดความฝันจะได้โน่นนี่ ประเทศจะดีแบบนั้น แบบนี้ แต่ถึงเวลาจริงๆ มีกี่ครั้งที่ทำให้คนตาดำๆแบบเราต้องฝันสลาย ตนฟังมาตลอดตั้งแต่มีการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ตนเห็นว่าที่ผ่านมาไม่ได้หนีจากวัฒนธรรมเดิมๆเลย ไปตามเวทีหาเสียง เวทีดีเบต ยังไม่หลุดพ้นกับวัฒนธรรมในการสร้างวาทกรรมวาดฝันให้สวยหรู แต่ถึงเวลาจริงๆ ทำได้หรือไม่ แต่พรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำ วันนี้ถ้าเราไม่พูดความจริง ประเทศจะไม่หลุดพ้นกับดักทางการเมือง ที่มาฉุดรั้งประเทศไม่ให้พัฒนา

“เลือกตั้งคราวที่แล้วใครจำได้บ้าง ทหารมีไว้ทำไม กองทัพมีไว้ทำไม รถถังไม่ต้องมีเอารถไถดีกว่ามั้ย เรือรบไม่ต้องมีเอาเรือประมงดีกว่ามั้ย สร้างวาทกรรมทำให้คนหลงเชื่อ แต่ถึงเวลาจริง ต้องสู้กันจริง หายไปไหน เสียงดังตอนเลือกตั้ง แต่ถึงเวลาต้องทำจริง เงียบ หายไปหมดเลย พอรัฐบาลภายใต้พรรคภูมิใจไทย นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จัดการปัญหาชายแดนเรียบร้อย ความสงบจบที่ประเทศไทยชนะ พื้นที่ตามชายแดนที่ถูกทหารวั่งตรงข้ามรุกล้ำเข้ามา วันนี้รัฐบาลภายในการนำของนายกฯ อนุทิน รับจบเรียบร้อย ผมเลยมาพูด แต่พอพูดเสร็จ เขาบอกว่าพรรคภูมิใจไทยหาเสียงด้วยการสร้างกระแสชาตินิยม แล้วใครให้มาด้อยค่าทหารตั้งแต่แรก บอกสงครามไม่มีจริง แล้วที่ระเบิดตกใส่โรงพยาบาล เซเว่น ปั๊มน้ำมัน มันระเบิดจริงมั้ย มีคนตายจริงมั้ย แล้วจะให้เราอยู่เฉยๆ หรือ นี่คือเหตุผลที่ทำไมเราต้องมาพูดความจริง” นายเอกนัฏ กล่าว

นายเอกนัฏ กล่าวด้วยว่า ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยพูดความจริง เหลือเวลาอีก 8 วันจะเลือกตั้ง ถ้าเราไปหลงกับความเชื่อวาทกรรมสร้างความปลุกปั่นทางการเมือง ในที่สุดบ้านเมืองจะหนีไม่พ้นกับดักการเมือง ขณะที่เรื่องประกันสังคม ตนเห็นด้วย เจ็บใจเหมือนกัน อยากให้ระบบดังกล่าวถูกต้อง โปร่งใส เอาเงินของประชาชนที่อยู่ในระบบไปใช้ไปลงทุนแล้วคืนกลับมาเป็นสิทธิประโยชน์ให้กับเราเหมือน แต่ตนหวังว่าการปลุกกระแสในช่วงนี้ ไม่ใช่การหวังผลทางการเมือง สร้างความโกรธเกลียดให้กับเราเพียงแค่หวังแต้มทางการเมือง เพราะ 2 ปีที่ผ่านมา มีการเลือกตั้งตัวแทนของบอร์ดฝ่ายลูกจ้างที่ไปหาเสียงว่าเป็นตัวแทนของคณะก้าวหน้า แค่ชื่อก็รู้แล้วว่ามาจากใคร เพราะฉะนั้นอย่าดังแค่ตอนนี้ อย่าให้เหมือนเลือกตั้งคราวที่แล้ว ที่บอกไม่ต้องมีทหาร ไม่ต้องมีกองทัพ พอเกิดสงครามจริง ก็เงียบหาย … หากได้มีโอกาสเข้าไปทำงานอย่าดังเฉพาะตอนเลือกตั้ง หลังเลือกตั้งให้ดังด้วย

ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน
