“บิ๊กอ้วน“ รองแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ร่วมรับฟังบรรยายจากหน่วยงานเอกชน เป็นบริษัทชั้นนำระดับประเทศไทย และผู้นำด้านเทคโนโลยี อุปกรณ์ทางการทหาร พร้อมสนับสนุนทางยุทโธปกรณ์ต่างๆ อาทิ รถบัญชาการเหตุการณ์ให้ทดสอบใช้งานจริง

https://www.thestringertoday.com/?p=16281

“บิ๊กอ้วน“ รองแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ร่วมรับฟังบรรยายจากหน่วยงานเอกชนซึ่งเปีนบริษัทชั้นนำระดับประเทศ และผู้นำด้านเทคโนโลยีอุปกรณ์ทางการทหาร ต่างๆ อาทิเช่น รถบัญชาการเหตุการณ์ ซึ่งเป็นระบบควบคุมสั่งการ ATAK เทคโนโลยีที่พัฒนามาจากสหรัฐอเมริกา ที่กำลังใช้ทั่วโลกอยู่ในปัจจุบันนี้

วันที่ 4 มิ.ย. 2568 ที่ ห้องประชุม4 (ชั้น2) พลตรี วรเดช เดชรักษา แม่ทัพภาคที่4  / รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน.(1) นั่งเป็นประธาน ( กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ฉก.ทพ.43 /  นปพ.ร่วม จว.ป.น. ได้เข้าร่วมรับฟังการบรรยายสาธิต และทดลอง รวมไปถึงได้ทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์จาก บริษัท จีอาร์ เทคนิคอล จำกัด
ผู้สื่อข่าวปัตตานี รายงาน วันที่ 4 มิ.ย. 2568 ที่ ห้องประชุม4 (ชั้น2) พลตรี วรเดช เดชรักษา แม่ทัพภาคที่4  / รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน.(1) นั่งเป็นประธาน ( กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เเละเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมรับฟังการบรรยายสาธิต และทดลอง รวมไปถึงได้ทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์จาก บริษัท จีอาร์ เทคนิคอล จำกัด โดยทางบริษัทดังกล่าว ได้นำรถบัญชาการเหตุการณ์ มาทดสอบรวมไปถึงการให้คำแนะนำ จนท. เพื่อทดสอบด้วยตนเอง มีระบบอากาศยานไร้คนขับ ยี่ห้อ DJI รุ่น Matrice 4E/T ที่สามารถส่งภาพจากโดรนเข้าสู่ระบบบัญชาการ และไฮไลท์คือ รถบัญชาการเหตุการณ์ ที่ติดตั้ง Sofeware ระบบควบคุมสั่งการรุ่น ATAK รุ่นล่าสุดนำมาให้ทดลองใช้งาน และในช่วงบ่าย มีการอบรมโดยใช้เวลาประมาณ 2 ชม.  เพื่อชมการทำงานใช้งานระบบทำงานจริง และยังรับฟังปัญหาอุปสรรค ของการทดสอบระบบต่างๆอีกด้วย

ทางด้าน คุณธัญพร สระประทุม ผู้บริหารของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การนำเทคโนโลยีมาใช้งานในพื้นที่สู้รบนั้นสำคัญอย่างมาก เท่ากับการที่เราไม่ต้องใช้กำลังพลเยอะในการเข้าโจมตีฝ่ายตรงข้าม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียต่อกำลังพลอีกด้วยและยังเป็นการลดภาระหน้าที่ของคนในหน่วยงาน ซึ่งอุปกรณ์ที่นำมาให้ดูในวันนี้ มีความสามารถพิเศษหลายอย่างในการใช้ติดตามกลุ่มคนร้าย รวมถึงกลุ่มผู้ไม่หวังดี ยังมีความสมารถพิเศษจับสัญญาน เพื่อให้ จนท.ได้ติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยผู้ร่วมขบวนการก่อเหตุ จากภาพข่าวที่ปรากฎ ส่วนใหญ่ที่ออกมาก่อเหตุก็กลุ่มบีอาร์เอ็น เป็นกลุ่มกองกำลังแนวร่วมรุ่นใหม่ๆ และยกระดับการปฏิบัติการให้ชัดเจน ซึ่งที่เรามักเรียกว่า (กลุ่มหน้าขาว) ที่ออกมาก่อเหตุรายวัน

ซึ่งที่ผ่านมานั้น ทางจนท.ติดตามตัวได้ยากมากเนื่องจากอาศัยร่วมกัน ปะปนไปพร้อมๆกับประชนผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่ การเปลี่ยนผ่ายุคสมัยแนวร่วมมปัจจุบันนั้นควบคู่และตามตัวคนร้ายยาก การนำเทคโนโลยีมาช่วยในการปฏิบัติงาน นอกจากส่งผลดีกับจนท. ยังสามารถลดกำลังพลลงได้เยอะ ฝ่ายรัฐบาลส่งแรงกระเพื่อมให้กับคนที่คิดว่าสั่งการได้และะส่งผลต่อผู้ปฏิบัติการก่อเหตุ สำหรับการคุมอำนาจของหัวหน้ากลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็นนับจากนี้ เป้าหมายก็คือประชาชนผู้บริสุทธิ์ และจะยังส่งผลกระทบกับผู้บริสุทธิ์ต่อไปเรื่อยๆหากทางกองทัพภาคที่4 ยังไม่มีทีท่าว่าจะต้องเสริมเขี้ยวเล็บให้กองทัพผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า แนวร่วมมส่วนใหญ่ อายุ 22 ปี – 45 ปี ซึ่งที่ผ่านมามีการปิดล้อมตรวจค้น บางคนที่ยังคงออกมาป่วน เช่น โยนไปป์บอมบ์ ก็ยังไม่มีหมายจับ ตามกฎหมายที่ทางอัยการจังหวัดจะออกหมายจับได้ทันที สำหรับการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้จริงมัก เห็นผลทันทีทั้งนี้ก็เพื่อนำข้อมูลวิเคราะห์ข้อมูลทางการข่าวอีกด้วยและะยังนำเข้าสู่ระบบตามกฎหมายที่ถูกต้องตามกฏหมายที่ยังคงบังคับใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คาดหากนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้งานควบคู่กันไปกับการบังคับใช้กฏหมายพิเศษ จะสามารถนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ตามกฏหมายได้อย่างรวดเร็วแน่นอน

นอกจากนี้ ทางบริษัทผู้ผลิตสินค้า และนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ  ได้นำเสนอให้กับทาง กอ.รมน.ภาค4 สน. เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของกองทัพ รวมทั้งเสริมเขี้ยวเล็บให้กับทัพภาคที่4  พร้อมสร้างความเข้าใจในการนำมาใช้งานให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่เกิดเหตุอีกด้วย ขณะเดียวกันยังได้รับฟังบรรยาย การสาธิตวิธีการใช้งาน
ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน